"เหมือนนรกบนดิน" ผู้รอดชีวิตจากไวรัสฮันตาหลายปีก่อนเล่าอาการป่วยและต้นตอติดเชื้อ

ที่มาของภาพ, Lorne Warburton
- Author, วิกกี วอง และลินด์เซย์ บราวน์
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
- เวลาอ่าน: 5 นาที
ลอร์น วอร์เบอร์ตัน ไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้จักไวรัสฮันตามาก่อนเลยในชีวิต จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อนเขาถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาลและใส่เครื่องช่วยชีวิต โดยเขาเล่าย้อนไปว่าตอนนั้นอาการของเขา "ทรมาน" เหมือนดั่ง "นรกบนดิน"
ลอร์น ซึ่งเป็นชาวแคนาดาเปิดเผยประสบการณ์เจ็บป่วยครั้งนั้นกับรายการบีบีซี เอาต์ไซด์ ซอร์ส (BBC Outside Source) เขาเล่าว่าเมื่อเดือน มี.ค. 2023 เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายเหมือนมี "อาการแบบติดโควิด ทั้งปวดตามเนื้อตัวร่างกาย ปวดหัวเรื้อรังต่อเนื่องและอ่อนเพลีย"
อาการของเขาหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว และมี "เหงื่อท่วมตัวและหายใจไม่ออก"
หลังจากแพทย์ได้ติดตั้งเครื่องช่วยชีวิตให้แล้ว เขาได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสามสัปดาห์
"ระดับความเจ็บป่วยที่ผมเผชิญมาทั้งหมดมันเหมือนกับนรกบนดิน มันทรมานมากกับการต้องผ่านการป่วยช่วงนั้นมาและสามารถฟื้นตัวกลับมาได้"
ส่วนผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสฮันตาอีกราย เป็นอดีตผู้ป่วยที่อยู่ในเยอรมนี คริสเตียน เอจ เล่าย้อนไปว่าตอนนั้นเขามีอาการป่วยที่มีลักษณะคล้ายอาการของโควิดเมื่อเดือน พ.ค. 2019 เขาเป็นไข้ลงกระเพาะมา 3 วัน มีอาการอาเจียน เวียนหัว และรู้สึกว่าเป็น "ไข้หวัดที่แปลก ๆ"
หลังจากแพทย์ตรวจเลือดของเขา เขาถูกนำตัวเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งคริสเตียนเล่าว่าเขาเกิดภาวะไตวายและติดเชื้อในกระแสเลือด และถูกนำตัวเข้าห้องไอซียูอยู่หลายวัน โดยใส่สายสวนที่คอเพื่อใช้สำหรับการฟอกไต
คริสเตียนบอกกับบีบีซีว่าภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นส่วนที่เขากังวลมากที่สุดในการล้มป่วยเมื่อหลายปีก่อนของเขา
"ไตฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ แต่มันมีอาการร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสรุนแรงขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน นั่นเป็นสิ่งที่ผมกังวลอยู่สองสามวัน"

ที่มาของภาพ, Christian Ege
ลอร์นและคริสเตียนเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่รอดชีวิตจากไวรัสฮันตา ซึ่งไวรัสบางสายพันธุ์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 20-40%
เขาทั้งสองออกมาแบ่งปันประสบการณ์การล้มป่วยของพวกเขาหลังจากที่ไวรัสฮันตาสายพันธุ์ที่พบได้ยากชนิดหนึ่งถูกพบในผู้ป่วยซึ่งเชื่อมโยงกับการระบาดของโรคนี้บนเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ชื่อว่าเอ็มวี ฮอนเดียส (MV Hondius)
จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุบนเรือดังกล่าว 3 รายหลังจากเรือล่องออกจากอาร์เจนตินาสู่เส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อราวหนึ่งเดือนที่แล้ว
บริษัทที่ให้บริการเดินเรือสำราญลำนี้ยืนยันว่ามีคนบนเรือ 3 รายรวมทั้งชาวอังกฤษถูกส่งตัวจากเรือขึ้นฝั่งที่เนเธอร์แลนด์เพื่อเข้ารับการรักษาตัวเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.)
สำหรับชาวอังกฤษซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกส่งตัวขึ้นฝั่งไปรับการรักษา สื่อหลายสำนักรายงานว่าเป็นชายวัย 56 ปีชื่อว่า มาร์ติน แอสตี อดีตข้าราชการตำรวจ มีรายงานว่าตอนนี้เขามีอาการคงที่
นิโคลา ภรรยาของมาร์ตินเปิดเผยกับเดลีเทเลกราฟว่า มัน "เป็นช่วงไม่กี่วันที่หนักหนามาก" และอาการของเขาก็ "ขึ้น ๆ ลง ๆ สลับกัน"
ด้านหน่วยงานความมั่นคงทางสุขภาพของสหราชอาณาจักรยืนยันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีชาวอังกฤษ 2 รายอยู่ระหว่างการกักตัวที่บ้านในสหราชอาณาจักรหลังจากอาจได้รับเชื้อไวรัสฮันตา
ล่าสุด เรือสำราญเอ็มวี ฮอนเดียส เตรียมเข้าเทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปน เช้าวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
ไวรัสฮันตาซึ่งตั้งชื่อตามแม่น้ำแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ เป็นชื่อเรียกของกลุ่มไวรัส ไม่ใช่โรคเพียงโรคเดียว ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) มีไวรัสในกลุ่มนี้มากกว่า 20 สายพันธุ์ โดยทั่วไปเชื้อจะแพร่จากสัตว์ฟันแทะผ่านปัสสาวะและมูลที่แห้งแล้ว
การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดเอาเชื้อเข้าไป เช่น เมื่อปัสสาวะหรือมูลของสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อไวรัสฮันตาฟุ้งกระจายขึ้นสู่อากาศ นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อได้จากการถูกสัตว์ฟันแทะอย่างเช่น หนู กัด
ลอร์นเชื่อว่าเขาติดเชื้อไวรัสฮันตาจากมูลของหนู หลังจากสะบัดพรมในห้องใต้หลังคาของบ้าน
ส่วนคริสเตียนก็เหมือนกับลอร์นเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับไวรัสฮันตามาก่อน แต่เขาก็ได้รู้ว่ามีเชื้อไวรัสชนิดนี้ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขาภายหลังนักชีววิทยาที่ทางการส่งมาตรวจ พบตัวอย่างเชื้อที่เป็นบวกในสวนของเขา และลูกชายของเขายังพบหนูตายในสวนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้นด้วย
ใช้เวลาฟื้นตัวนาน
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายรวมถึงยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับการติดเชื้อฮันตาไวรัส
การรักษาเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การดูแลรักษาในโรงพยาบาล และการช่วยพยุงการหายใจ
ลอร์นบอกว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขายังต้องใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งปีครึ่งเพื่อฟื้นตัวและสร้างร่างกายให้กลับมาอย่างแข็งแรงเต็มที่ ซึ่งลอร์นบอกว่ากระบวนการฟื้นตัวนั้น "ช้ามาก"
"ช่วงฟื้นตัวเป็นเหมือนกับการหัดเดินใหม่ ๆ ของเด็กน้อย คือผมก้าวไปสองก้าวและก็มีช่วงที่ถอยหลังไปสี่ก้าว" เขากล่าว
"ผมยังมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น อาการไหล่ติด หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลซึ่งมันเจ็บปวดมาก ๆ ดังนั้นผมจึงพยายามฟื้นร่างกายขึ้นมาใหม่ แต่อันดับแรกผมต้องฟื้นฟูหัวไหล่ให้กลับมาก่อนที่จะเริ่มแก้ไขส่วนอื่น ๆ"
ส่วนคริสเตียนกล่าวว่า เขา "มีร่างกายที่แข็งแรงมาก" โดยไม่มีผลกระทบตามมา" หลังจากนอนอยู่โรงพยาบาลนาน 4 เดือนเพื่อพักฟื้น แต่เขาก็ยอมรับว่ากระบวนการฟื้นตัวที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้นั้นเป็นเรื่องยาก และการฟอกไตที่เขาต้องเข้ารับก็เป็นภาระหนักสำหรับร่างกายทั้งระบบ
ใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตมากขึ้น หลังรอดตาย
ลอร์นเปิดเผยด้วยว่าเขาสบายดี แต่ยังคงมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เรียกว่า ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระรัว (atrial fibrillation) และจำเป็นต้องรับประทานยาควบคุมหัวใจทุกวัน
"หัวใจผมเต้นไม่ประสานกัน ห้องหัวใจแต่ละห้องเต้นทำงานไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นตอนที่พวกเขากระตุ้นให้หัวใจผมกลับมาเต้นอีกครั้ง ผมมีหัวใจที่แข็งแรง แต่จังหวะการเต้นยังไม่เป็นปกติ
ลอร์นกล่าวว่าเขารู้สึกขอบคุณทีมแพทย์ที่ช่วยให้เขาฟื้นตัวกลับมาได้ และยังช่วยระดมทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสนับสนุนการปรับปรุงสถานพยาบาลให้กับมูลนิธิด้านสุขภาพในท้องถิ่นของเขา
คริสเตียนบรรยายประสบการณ์ของเขาว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกถ่อมตน โดยบอกว่า "มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เป็นวันที่ยากมาก แต่มีผู้คนอีกมากมายที่ต้องทนทุกข์มากกว่าผม"
เขาบอกกับบีบีซีว่าตั้งแต่หายป่วยและมีเวลามากขึ้น เขาพยายามจะอ่านหนังสือให้ได้หนึ่งเล่มทุก ๆ สัปดาห์
แม้ว่ากระบวนการฟื้นตัวจะยาวนาน ลอร์นกล่าวว่าเขา "กลับมามีชีวิตตามปกติ" กลับไปทำงานและเลี้ยงลูก
"คุณจะไม่ค่อยมองข้ามสิ่งต่าง ๆ หรือไม่เห็นคุณค่าในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเดิม" เขากล่าวและบอกว่า "ผมทราบซึ้งแม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมองรู้หรือมองเห็นในแต่ละวันของชีวิต"
"ผมไม่ได้ดื่มเป็นเวลาสองสัปดาห์ตอนนอนในห้องไอซียู ผมยังจำเป็นได้ตอนที่ได้จิบน้ำดื่มสะอาดที่สดชื่น มันเป็นสิ่งที่มีรสชาติดีที่สุดในชีวิตผมเลย"































