"เศษหินภูเขาไฟร่วงลงมาทั้งด้านซ้าย และขวา" ไกด์นำทางเผยนาทีสยองขวัญ ในเหตุภูเขาไฟในอินโดนีเซียปะทุ คร่าชีวิตลูกทัวร์สามราย

คำบรรยายวิดีโอ, ภาพเหตุการณ์ภูเขาไฟดูโคโน (Mount Dukono) ในอินโดนีเซียปะทุขึ้น
    • Author, อัสตูเดสตรา อะเจงราสตรี
    • Role, กรุงจาการ์ตา
    • Author, เทสซา หว่อง
    • Role, สิงคโปร์
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ไกด์ชาวอินโดนีเซียที่นำกลุ่มนักปีนเขาขึ้นสู่ ยอดเขาดูโคโน (Mount Dukono) ได้บรรยายถึงช่วงนาทีสยองขวัญระหว่างที่พวกเขาติดอยู่ในเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดเมื่อวันศุกร์ ซึ่งคร่าชีวิตคนในกลุ่มทัวร์ของเขาไป 3 ราย

เรซา เซลัง รอดพ้นจากการถูกหินขนาดใหญ่ที่พุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟทับอย่างหวุดหวิด โดยหินก้อนนั้นตกลงมาทับนักปีนเขาอีกสองคนที่อยู่ข้างเขา

"ไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะอธิบายได้ จนถึงตอนนี้ผมยังรู้สึกเหมือนหัวใจจะแตกสลาย ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น...ตอนนี้ผมเสียใจอย่างมาก" เขาให้สัมภาษณ์กับบีบีซีผ่านทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวสิงคโปร์ 2 รายและชาวอินโดนีเซียอีก 1 ราย ขณะที่นักปีนเขาคนอื่น ๆ ได้รับการอพยพออกจากภูเขาที่ตั้งอยู่บนเกาะฮัลมาเฮรา (Halmahera) ในจังหวัดมาลูกูเหนือ (North Maluku) อย่างปลอดภัย

กลุ่มนักปีนเขา 20 คน ประกอบด้วย ชาวสิงคโปร์และชาวอินโดนีเซียได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขาดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำเตือนเกี่ยวกับการปีนเขาในลักษณะนี้

มีรายงานว่า ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุมาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง นับตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. พวกเขาได้ห้ามการออกใบอนุญาตปีนเขาสำหรับภูเขาดูโคโน และห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ในระยะ 4 กม.จากปากปล่องภูเขาไฟ

เจ้าหน้าที่กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาได้โพสต์คำเตือนบนโซเชียลมีเดียและติดป้ายประกาศที่ทางเข้าเส้นทางเดินป่าแล้ว อย่างไรก็ตาม เรซา กล่าวว่าเขาไม่ทราบเรื่องทั้งหมดนี้เมื่อเขาเริ่มการเดินทางทริปนี้

เขาบอกด้วยว่า ชาวบ้านในท้องถิ่นที่เขาจ้างเป็นประจำเพื่อช่วยนำทางกลุ่มต่าง ๆ ขึ้นเขาดูโคโน ก็ไม่ได้บอกอะไรเขาเกี่ยวกับการห้ามดังกล่าวเลย

"เศษหินภูเขาไฟร่วงมาทั้งด้านซ้ายและขวาของเรา"

เรซาเป็นเจ้าของบริษัททัวร์ในจังหวัดมาลูกูเหนือ เขาเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วเขาได้รับการติดต่อจาก ทิโมธี เฮง ชาวสิงคโปร์ ผู้จัดทริปผจญภัย ให้เป็นผู้นำทางกลุ่มนักเดินป่าขึ้นเขาดูโคโนและภูเขาอื่น ๆ ในภูมิภาค

เมื่อกลุ่มเริ่มเดินป่าขึ้นเขาดูโคโนเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "ไม่มีสัญญาณแสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีภูเขาไฟระเบิดหรืออะไรเลย ไม่มีอะไรทั้งนั้น"

เรซาเล่าว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพวกเขาขึ้นไปถึงยอดเขาสถานการณ์ก็ยังคงสงบ เมื่อเขาส่งโดรนขึ้นไปตรวจสอบปากปล่องภูเขาไฟก็ "ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่สามารถสังเกตเห็นได้ ควันใด ๆ ก็ไม่มี"

เรซาบอกกับกลุ่มว่าพวกเขาสามารถขึ้นไปที่ปากปล่องภูเขาไฟได้ ตราบใดที่พวกเขาแน่ใจว่าจะลงมาในเวลาไม่นาน นักเดินป่าทั้งหมด 14 คน รวมทั้งเฮง ขึ้นไปข้างบน ในขณะที่เรซาและคนอื่น ๆ คอยอยู่ข้างล่าง

ต่อมาเมื่อเวลา 07:40 ตามเวลาท้องถิ่น เขาบอกว่าตนเองได้ส่งโดรนขึ้นไปตรวจสอบกลุ่มนักปีนเขาที่ขึ้นไปบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ หนึ่งนาทีต่อมา ภูเขาไฟก็ปะทุขึ้น

"ภายในหนึ่งนาทีเกิดการปะทุสองครั้ง การปะทุครั้งแรกมีเพียงควันพวยพุ่งออกมา อาจจะประมาณ 15 หรือ 20 วินาที ต่อมาการปะทุครั้งที่สองก็เกิดขึ้นและปล่อยเถ้าถ่าน [ภูเขาไฟ] ออกมาทั้งหมด" เขากล่าว

เรซาบอกว่ากลุ่มนักปีนเขาแตกกระเจิงและพากันวิ่งลงจากภูเขา ด้วยการใช้กล้องโดรน เขาสามารถจับภาพคนคนหนึ่งได้ ซึ่งก็คือนักปีนเขาชาวสิงคโปร์ชื่อ ชาฮิน มูห์เรซ บิน อับดุล ฮามิด ที่นอนราบอยู่บนพื้นใกล้ปากปล่องภูเขาไฟ

เรซาจึงเก็บโดรนของเขาและขึ้นไปช่วยชาฮิน เฮงซึ่งตอนแรกหนีรอดมากับกลุ่มก็วิ่งกลับขึ้นไปเช่นกัน

ชายทั้งสองลากชาฮินลงมาจากยอดเขาในขณะที่ "เศษหินภูเขาไฟร่วงมาทั้งด้านซ้ายและขวาของเรา" เรซาเล่า

จากนั้น ปากปล่องภูเขาไฟก็พ่นก้อนหินขนาด 2 เมตรออกมาและหล่นลงมาหาพวกเขา

"ทิโมธีหันกลับไป และในเสี้ยววินาทีเขาก็กอดชาฮินทันที" เรซาเล่า ก้อนหินนั้นก็หล่นลงมาทับเฮงและชาฮินในทันที

เรซาตัวแข็งทื่อ "ผมตัวแข็งทื่อไปสักราวหนึ่งนาที" จากนั้นเขาก็ได้สติและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดลงจากภูเขา

Rescue workers clad in camouflage fatigues and orange helmets carry a body bag balanced on two large poles

ที่มาของภาพ, supplied

คำบรรยายภาพ, ทีมกู้ภัยนำร่างของนักเดินป่าคนหนึ่งขึ้นออกมาจากพื้นที่ภูเขาไฟระเบิด เมื่อวันเสาร์ (9 พ.ค.) ที่ผ่านมา

ไกด์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทันทีเพื่อค้นหาชาวสิงคโปร์สองคน รวมถึงบุคคลที่สามที่สูญหาย คือ แองเจล คริเชลา ปราดิตา นักปีนเขาชาวอินโดนีเซีย

เรซาพร้อมกับสมาชิกทีมอีกคนหนึ่งได้อยู่ช่วยค้นหาด้วย และในที่สุดก็พบศพของแองเจลใกล้กับยอดเขาในวันเสาร์ ขณะที่ซากศพของเฮงและชาฮิน มูห์เรซ ถูกนำออกมาในวันอาทิตย์แล้ว

ในวิดีโอที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งให้บีบีซี เราสามารถเห็นคนงานกำลังขุดผ่านชั้นเถ้าภูเขาไฟสีดำหนาใต้หินขนาดใหญ่และเก็บชิ้นส่วนกระดูก

นักปีนเขาที่รอดชีวิตถูกส่งไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ และชาวสิงคโปร์ที่เหลือได้เดินทางกลับประเทศแล้ว

'ความประมาทเลินเล่อที่อาจเกิดขึ้น'

นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการได้ปิดทางเข้าภูเขาดูโคโนทั้งหมดเป็นการถาวร และเตือนว่าการฝ่าฝืนข้อห้ามปีนเขาจะถูกลงโทษ

ทางการยังกล่าวอีกว่ากำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และได้บอกเป็นนัยถึง "ความเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือบุคคลบางคนอาจประมาทเลินเล่อ"

เรซา กล่าวว่าเขาถูกตำรวจท้องถิ่นสอบปากคำ และได้มอบภาพจากโดรนให้เป็นหลักฐาน

ในแถลงการณ์ ตำรวจฮัลมาเฮราเหนือออกแถลงการณ์ระบุว่า คณะปีนเขาดังกล่าว "ต้องสงสัยอย่างยิ่งว่าละเมิดกฎระเบียบ" และได้สอบปากคำบุคคลสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อย่อเหมือนกับเรซา และเกี่ยวข้องกับบริษัทนำเที่ยวของเรซา

ขณะนี้ ชายทั้งสองคนถือเป็นพยานในเหตุการณ์ แต่ "ผู้สอบสวนยังคงตรวจสอบบทบาทของแต่ละบุคคลในการจัดปีนเขาที่อันตราย" และ "จะไม่อดทนต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ประมาทจนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต" แถลงการณ์ของตำรวจระบุ

"ไม่ว่าจะเกิดผลทางกฎหมายอะไรขึ้น ผมก็ต้องยอมรับมัน ไม่ว่าผมจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม ผมแค่หวังว่ามันจะจบลงเร็ว ๆ" เรซากล่าว

แม้ว่าเขาจะยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องการห้ามปีนเขา แต่เขากล่าวว่าเขารู้ว่าภูเขาไฟดูโคโนถูกจัดอยู่ในระดับสองในระบบเตือนภัยภูเขาไฟสี่ระดับของอินโดนีเซีย

ภูเขาไฟระดับสองคือ ภูเขาไฟที่มีความเคลื่อนไหวทางภูเขาไฟเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการปะทุ และประชาชนถูกห้ามเข้าในบางพื้นที่

อินโดนีเซียประสบกับแผ่นดินไหวและกิจกรรมทางภูเขาไฟบ่อยครั้งเนื่องจากที่ตั้งอยู่บน "วงแหวนแห่งไฟ" ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกชนกัน

Satellite image of Mount Dukono showing plumes of smoke coming out of the volcano's crater, surrounded by dense green vegetation

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภูเขาไฟดูโคโน ซึ่งปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ปะทุขึ้นมากกว่า 200 ครั้งนับตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.

ถึงกระนั้น เรซากล่าวว่าเขายังคงปีนภูเขาไฟดูโคโน "เกือบทุกเดือน" เพราะเขาอ้างว่า "ในอินโดนีเซีย ภูเขาไฟระดับสองอย่างรินจานียังคงอนุญาตให้ทำกิจกรรมปีนเขาได้"

อย่างไรก็ตาม ภูเขาไฟรินจานี (Rinjani) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการปีนเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินโดนีเซีย มีสถานะระดับสองและถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมใด ๆ ใกล้ปากปล่องภูเขาไฟ

แต่เช่นเดียวกับภูเขาไฟดูโคโนและภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอีกหลายแห่งในอินโดนีเซีย มันยังคงดึงดูดนักปีนเขา และเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หญิงชาวบราซิลคนหนึ่งก็เสียชีวิตขณะปีนเขาใกล้ปากปล่องภูเขาไฟ

ขณะที่เรซากำลังรอผลสรุปจากสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ แต่ในตอนนี้เขายังคงจมอยู่กับความเสียใจและความรู้สึกผิดของตนเอง

"แน่นอนว่ามีความเสียใจมากมาย มีคำถามมากมายว่า 'ถ้าหาก...' ถ้าหากเราไม่ปีนขึ้นไป ถ้าหากฉันไม่รับงานนั้น... มีคำถามมากมายเหลือเกิน

"ผมรู้สึกผิดอย่างมากต่อเหยื่อและครอบครัวของพวกเขา... ผมรู้สึกเหมือนอยากจะไป [สิงคโปร์] และคุกเข่าต่อหน้าพ่อแม่ของเหยื่อ ผมอยากขอโทษ"