เหตุใดประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน จึงอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สองมหาอำนาจไปอีกหลายปี

Donald Trump's head in profile on the left and Xi Jinping's head in profile on the right. They are both wearing shirts and suit jackets. Xi's head is overlaid with a red design element.
    • Author, แอนโทนี ซูร์เชอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ
    • Author, ลอรา บิกเกอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศจีน
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

ทางการจีนได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบจตุรัสเทียนอันเหมินอันเก่าแก่ของกรุงปักกิ่งมาหลายวันแล้ว พร้อมกับข่าวลือในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการจัดขบวนพาเหรดครั้งพิเศษหรืองานใหญ่ที่จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี

การเตรียมการสำหรับงานสำคัญครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบ ๆ แต่ดูเหมือนว่าจีนพร้อมแล้วที่จะจัดงานต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา

การเยือนครั้งนี้มีหมายกำหนดทั้งการเจรจา งานเลี้ยง และการเยี่ยมชมหอฟ้าเทียนถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดอันศักดิ์สิทธิ์ที่อดีตจักรพรรดิจีนทรงมาอธิษฐานเพื่อขอพรให้ได้ผลผลิตที่ดี

ทั้งทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต่างหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จ การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดสองคนของโลกครั้งนี้ จะเป็นการพบปะที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

Xi Jinping and Donald Trump walk past Chinese troops dressed in white and holding guns. Xi and Trump both wear dark suits.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นี่เป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่การเยือนครั้งล่าสุดของทรัมป์ในปี 2017

หลายเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นเรื่องที่โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญน้อยลง ความสนใจของทรัมป์มุ่งไปที่สงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการทางทหารในซีกโลกตะวันตกและปัญหาภายในประเทศ แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในสัปดาห์นี้ อนาคตของการค้าโลก ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในไต้หวัน และการแข่งขันในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ล้วนตกอยู่ในความเสี่ยง

ในทางเศรษฐกิจ สงครามการค้าที่กำลังดำเนินอยู่กับสหรัฐฯ และความขัดแย้งในอิหร่านอาจเป็นข่าวร้ายสำหรับสี จิ้นผิง แต่ในเชิงอุดมการณ์และการเมืองแล้ว มันเปรียบเสมือนของขวัญ และประธานาธิบดีสีจะรู้สึกว่าเขามีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่ง

การเยือนครั้งนี้อาจวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองชาติ หรือไม่อีกทางหนึ่งก็อาจเป็นความขัดแย้ง ในความสัมพันธ์อีกหลายปีข้างหน้าของสองชาตินี้

คนกลางของอิหร่าน

จีนกำลังพยายามเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอย่างเงียบ ๆ ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเดือนที่สามแล้วระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ทางการกรุงปักกิ่งได้เข้าร่วมกับปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยในสงครามครั้งนี้

ในเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่ในจีนและปากีสถานได้เสนอแผนห้าข้อโดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และในฉากหลังเจ้าหน้าที่จีนได้ค่อย ๆ ผลักดันให้ฝ่ายอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้ทางการจีนจะแสดงแสนยานุภาพอย่างต่อเนื่อง แต่จีนก็กระตือรือร้นที่จะยุติสงครามนี้

เศรษฐกิจของประเทศจีนกำลังเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอตัวและอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผลักดันให้ต้นทุนของสินค้าที่ทำจากปิโตรเคมีสูงขึ้น ตั้งแต่สิ่งทอไปจนถึงพลาสติก สำหรับผู้ผลิตบางรายในจีน พวกเขาต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 20%

A woman wearing a white shirt and green trousers walks in front of a billboard showing the Strait of Hormuz as a gag stitched across Trump's mouth

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ป้ายโฆษณาในกรุงเตหะรานแสดงภาพช่องแคบฮอร์มุซเป็นเหมือนผ้าปิดปากที่เย็บปิดปากโดนัลด์ ทรัมป์

จีนมีปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาล และความเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าได้ช่วยปกป้องจีนจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตเชื้อเพลิง แต่สงครามกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับเศรษฐกิจจีนที่ซบเซาและพึ่งพาการส่งออกเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากจีนจะเข้ามาช่วยเหลือสหรัฐฯ จีนก็ยังต้องการสิ่งตอบแทนอยู่ดี

การมาเยือนกรุงปักกิ่งของนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนจะมีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของจีนในตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ จับตาดูการเยือนครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด "ผมหวังว่าจีนจะบอกเขา [รมว.ต่างประเทศอิหร่าน] ในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้" มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว "และนั่นก็คือ [ข้อความที่ว่า] สิ่งที่คุณกำลังทำในช่องแคบ [ฮอร์มุซ] กำลังทำให้คุณโดดเดี่ยวบนเวทีระดับโลก คุณคือผู้ร้ายในเรื่องนี้"

A woman in a factory sews cuddly toy pandas

ที่มาของภาพ, VCG via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ราคาน้ำมันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการส่งออกและการผลิตสิ่งทอของจีน

สหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้จีนไม่ขัดขวางมติใหม่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ประณามการกระทำของอิหร่านซึ่งโจมตีเรือที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และรัสเซียได้ใช้สิทธิวีโต้มติไปก่อนหน้านี้

"ผมคิดว่าหากเราจะนำอิหร่านกลับมาสู่โต๊ะเจรจาอย่างยั่งยืน ผมคิดว่าสหรัฐฯ ตระหนักดีว่าจีนจะมีบทบาทบางอย่าง" อาลี ไวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายวิจัยและนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนของอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป (International Crisis Group) กล่าว

ในส่วนของทรัมป์ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กังวลกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันของจีนกับอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้เนื่องจากขนส่งน้ำมันจากอิหร่าน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลดทอนความสำคัญของการสนับสนุนอิหร่านจากจีนในช่วงความขัดแย้ง

"มันก็เป็นเช่นนั้น ใช่ไหม ?" เขากล่าวกับนักข่าวชาวอเมริกัน "เราก็ทำอะไรต่อต้านพวกเขาเหมือนกัน"

อนาคตของไต้หวัน

รัฐบาลทรัมป์มักส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับเรื่องไต้หวัน

เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 แสนล้านบาท) ให้กับไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ลดทอนท่าทีที่แสดงถึงความเต็มใจของสหรัฐฯ ในการปกป้องไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตนเอง

"เขาถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของจีน" ทรัมป์กล่าวถึงสี จิ้นผิง "และนั่นขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทำอย่างไร"

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าไต้หวันไม่ได้ชดเชยให้สหรัฐฯ อย่างเพียงพอสำหรับการรับประกันด้านความมั่นคง โดยเสริมว่าไต้หวัน "ไม่ได้ให้อะไรกับเรา [สหรัฐฯ] เลย" เมื่อปีที่แล้ว เขาได้เรียกเก็บภาษี 15% จากไต้หวันและกล่าวหาว่าไต้หวันแย่งฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ

สัปดาห์ที่แล้ว มาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ไต้หวันจะเป็นหัวข้อสนทนาในระหว่างการเยือนจีน แม้ว่าเป้าหมายคือการทำให้แน่ใจว่าประเด็นนี้จะไม่กลายเป็นแหล่งที่มาของความตึงเครียดใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจ

"เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในไต้หวันหรือที่ใดก็ตามในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และผมคิดว่านั่นจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อสหรัฐฯ และจีน" มาร์โค รูบิโอ กล่าว

Taiwanese soldiers training using shoulder-mounted RPGs

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไต้หวันพึ่งพาการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐอเมริกา

ทางด้านจีนก็ได้ส่งสัญญาณว่าไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาหวังว่าสหรัฐฯ จะเลือก "ทางที่ถูกต้อง" ระหว่างการสนทนากับรูบิโอ

ทางการกรุงปักกิ่งได้เพิ่มแรงกดดันทางทหารโดยการส่งเครื่องบินรบและเรือรบไปรอบ ๆ ไต้หวันเกือบทุกวัน

นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จีนอาจกำลังผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเกี่ยวกับไต้หวันซึ่งถูกร่างขึ้นอย่างรอบคอบตั้งแต่ปี 1982 ขณะที่นโยบายล่าสุดที่ทางการกรุงวอชิงตันประกาศออกมาคือ ปัจจุบันสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน แต่จีนอาจอยากผลักดันให้ใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวขึ้น เช่น "สหรัฐฯ คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน" หรือไม่ ?

"ผมไม่คิดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะทำอย่างนั้น" จอห์น เดลูรี นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน แห่งเอเชียโซไซตี กล่าว "แม้ว่าทรัมป์จะพูดอะไรที่ดูแปลก ๆ และเหมือนเป็นการยอมจำนนต่อไต้หวัน เพราะเขาไม่ระมัดระวังในการใช้ภาษา แต่จีนรู้ดีว่าไม่ควรเชื่อถือคำพูดเหล่านั้นมากนัก เพราะเขา [ทรัมป์] สามารถพลิกคำพูดได้ด้วยการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา"

การเจรจาการค้าที่สำคัญ

ตลอดปี 2025 สหรัฐฯ และจีนดูเหมือนจะอยู่บนขอบเหวของสงครามการค้าครั้งใหม่ซึ่งอาจสั่นคลอนรากฐานของเศรษฐกิจโลก

ทรัมป์ปรับขึ้นและลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีบางครั้งที่ขึ้นอัตราภาษีไปสูงถึงกว่า 100%

ขณะที่จีนก็ตอบโต้ด้วยการลดการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐฯ รวมถึงลดการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในรัฐสำคัญ ๆ ที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ทรัมป์

ทว่าความตึงเครียดดังกล่าวลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ทรัมป์และสี จิ้นผิง พบกันแบบตัวต่อตัวในเกาหลีใต้เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในเดือน ก.พ. ที่จำกัดอำนาจการกำหนดภาษีฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีก็ช่วยลดความผันผวนทางการค้าของทรัมป์ลงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และสี จิ้นผิง ยังคงมีเรื่องให้พูดคุยกันอีกมากในการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง ผู้นำสหรัฐฯ จะผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะเดียวกันจีนจะกดดันสหรัฐฯ ให้ยกเลิกการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอำนาจดังกล่าวนี้อาจทำให้ทรัมป์มีอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่สูงขึ้นได้อีกครั้ง

แต่นี่จะเป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายสหรัฐฯ

"อาจเป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐฯ ที่จะยุติการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีนทั้งหมด เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวยังคงแพร่หลายและถูกบิดเบือนอยู่มาก" ไมเคิล โอแฮนแลน ประธานฟิล ไนท์ (Phil Knight) ด้านการป้องกันประเทศและยุทธศาสตร์แห่งสถาบันบรูคกิงส์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในกรุงวอชิงตัน ดีซี กล่าว

แม้ว่าจีนจะไม่พึ่งพาการค้ากับสหรัฐฯ มากเท่ากับในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่สี จิ้นผิง ต้องการให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยดี เนื่องจากจีนต้องการเสถียรภาพในเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าหลักกับอีกกว่า 120 ประเทศ แต่สี จิ้นผิง รู้ดีว่าเขาไม่สามารถแสดงความมั่นใจมากเกินไปในระหว่างการเยือนของทรัมป์ได้

"ตราบใดที่การเยือนดำเนินไปอย่างราบรื่นและทรัมป์รู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ความสงบที่เปราะบางในความสัมพันธ์ทวิภาคีก็จะคงอยู่ต่อไป แต่ถ้าหากทรัมป์รู้สึกว่าไม่ได้รับเกียรติหรือถูกดูหมิ่น เขาก็อาจเปลี่ยนใจได้" ไรอัน ฮาสส์ ผู้อำนวยการศูนย์จีน จอห์น แอล. ธอร์นตัน แห่งสถาบันบรูคกิงส์ กล่าว

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังจะนำคณะผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจและเทคโนโลยีร่วมเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้ด้วย โดยรวมแล้วจะผู้บริหารชาวอเมริกัน 17 คนจะร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ในครั้งนี้

ตัวอย่างผู้ที่จะร่วมเดินทางไปปักกิ่งกับประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แก่ ทิม คุก จากแอปเปิล (Apple), อีลอน มัสก์ จากเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX), แลร์รี ฟิงค์ จากแบล็คร็อค (BlackRock) รวมถึงผู้บริหารจากบริษัทต่าง ๆ เช่น เมตา (Metal), วีซ่า (Visa), เจพี มอร์แกน (JP Morgan), โบอิ้ง (Boeing), คาร์กิลล์ (Cargill) และรวมถึงตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ เช่น ซิตี้ (Citi), โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs), มาสเตอร์การ์ด (Mastercard)

แต่ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีชื่อของ เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นวิเดีย (Nvidia) ซึ่งบริษัทของเขามีบทบาทสำคัญในการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนเกี่ยวกับชิปคอมพิวเตอร์และเอไอ อยู่ในรายชื่อที่จะเยือนกรุงปักกิ่งครั้งนี้

อนาคตว่าด้วยเรื่องเอไอ (AI)

จีนกำลังแข่งขันเพื่อครอบครองอนาคต โดยลงทุนอย่างหนักในปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สี จิ้นผิง เรียกว่าเป็น "พลังการผลิตใหม่" ที่เขาหวังว่าจะผลักดันเศรษฐกิจของจีนไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม นักกำหนดนโยบายของสหรัฐฯ หลายคนเชื่อว่านโยบายอย่างเป็นทางการของจีนคือการฉวยโอกาสหรือขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างโจ่งแจ้งเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศจีนเอง ตัวอย่างเช่น มีการจำกัดการส่งออกไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดไปจีน แม้จะถูกโต้แย้งจากผู้ผลิตชาวอเมริกันก็ตาม

Two black AI chips sit side by side

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, การทูตเรื่องชิป (Chip) จะเป็นส่วนสำคัญของการเจรจา

การแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการดำเนินงานของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง ติ๊กตอก (TikTok) โดยบริษัทจีน ประสบความสำเร็จและถือเป็นตอนจบที่มีความสุขที่หาได้ยากในปฏิสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งมักเต็มไปด้วยข้อกล่าวหาและความสงสัย

พลวัตนี้กำลังเกิดขึ้นในการแข่งขันเพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ซึ่งอาจเป็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบัน ปัญหานี้ซับซ้อนขึ้นจากการที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าบริษัทจีนอย่าง ดีฟซีก (DeepSeek) กำลังขโมยเอไอของอเมริกา

"บทเริ่มต้นของสงครามเย็นด้านเอไอกำลังปรากฏขึ้น" หยิงยี่ มา จากศูนย์จีน จอห์น แอล. ธอร์นตัน แห่งสถาบันบรูคกิงส์ กล่าว

"ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนว่าขโมยโมเดลต้นแบบเอไอของอเมริกาในระดับ 'อุตสาหกรรม' ขณะที่ทางการจีนรายงานว่าได้ดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ เมตา (Meta) เข้าซื้อกิจการ มานุส (Manus) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเอไอที่ก่อตั้งโดยชาวจีนและปัจจุบันตั้งอยู่ในสิงคโปร์ การแข่งขันที่ลึกซึ้งกว่านั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครลอกเลียนแบบต้นแบบโมเดลของใคร แต่เป็นการแย่งชิงความสามารถในการสร้างเอไอรุ่นต่อไปที่ล้ำสมัย"

พัฒนาการล่าสุดตอนนี้ หุ่นยนต์ของจีนสามารถแสดงโชว์ต่าง ๆ เช่น เต้นกังฟู และวิ่งเร็วกว่ามนุษย์ในการวิ่งมาราธอนที่กรุงปักกิ่งแล้ว

A row of three black, white and orange robots moving in formation, while a crowd of bystanders watch

ที่มาของภาพ, VCG via Getty Images

คำบรรยายภาพ, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่แสดงศิลปะการต่อสู้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีน

แต่ในขณะที่บริษัทจีนดูเหมือนจะเชี่ยวชาญในการสร้างตัวถังของหุ่นยนต์เหล่านี้ หลายบริษัทยังคงอยู่ในช่วงการเขียนโปรแกรมสมองให้กับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของพวกเขา เพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่ดีที่สุด บริษัทจีนต้องการชิปคอมพิวเตอร์ระดับสูง และชิปเหล่านั้นมาจากสหรัฐอเมริกา

นี่คือจุดที่ทางการจีนสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของตนในเรื่องแร่หายาก ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ทรัมป์ต้องการอย่างเห็นได้ชัด จีนแปรรูปแร่หายากประมาณ 90% ของโลก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงฟาร์มกังหันลม และเครื่องยนต์เจ็ต

ดังนั้น อาจมีข้อตกลงบางอย่างเกิดขึ้นได้ เช่น สหรัฐฯ อาจได้รับแร่หายากจากจีนเพื่อแลกกับชิประดับสูง ดังนั้น แร่หายากจึงเปรียบเสมือนช่องแคบฮอร์มุซของจีนเอง ที่จีนสามารถหยุดการจัดส่งได้ทุกเมื่อ

Melania Trump and Donald with Xi Jinping and his wife Peng Liyuan in the Forbidden City in 2017

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์ และสี จิ้นผิง มีประเด็นหารือกันมากมายระหว่างการเยือนเป็นเวลาสั้น ๆ ครั้งนี้

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหารือประเด็นทางนโยบายมากมาย แต่การเยือนของทรัมป์จะเป็นการเดินทางที่เร่งรีบ โดยมีกำหนดการประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ (14-15 พ.ค.)

ผู้นำทั้งสองอาจมีเวลาไม่มากนักในการบรรลุข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญ แต่แม้การพบปะกันเพียงสั้น ๆ ก็อาจกำหนดทิศทางการเจรจาและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจไปอีกหลายปีข้างหน้า

เครดิตภาพด้านบน: Getty Images