แผ่นดินไหวเขย่าโคลอมเบีย หนักสุดในรอบหลายปี เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 132 คน

Residents and emergency personnel dig through the debris of a partially collapsed building after an earthquake, in Pereira, Colombia August 10, 2026. REUTERS/Stringer

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้อยู่อาศัยในเมืองเปเรย์รา ประเทศโคลอมเบีย ท่ามกลางซากของอาคารที่ถล่มลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2026
Published
เวลาอ่าน: 5 นาที

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ที่ประเทศโคลอมเบีย โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองซาน โฮเซ เดล ปัลมาร์ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 132 คน ถือเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของโคลอมเบีย

ทางการโคลอมเบียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก ท่ามกลางความกังวลว่าจะมีผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม

หน่วยงานด้านธรณีวิทยาระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.4 เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ความลึก 103 กิโลเมตรในจังหวัดโชโก แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้เป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไมล์ทั่วภาคตะวันตกของโคลอมเบีย

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ในเมืองเปเรย์ราซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของโคลอมเบีย ขณะที่เมืองโดยรอบและภูมิภาคบาเย เดล เกาคา ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ที่หมู่บ้านในเมืองซาน โฮเซ เดล ปัลมาร์ของจังหวัดโชโก อย่างไรก็ตาม เลออน ฟาบิโอ มาริน มอนกาดา นายกเทศบาลเมืองในท้องถิ่นระบุว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แม้ว่าถนนหนทางในเมืองจะได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน

สมาคมเมืองหลวงแห่งโคลอมเบียออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวแล้วกว่า 480 คน

ที่เมืองเปเรย์ราซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวประมาณ 55 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

ภาพวิดีโอที่บีบีซีตรวจสอบยืนยันแล้วแสดงให้เห็นอาคารอย่างน้อยหนึ่งแห่งในจัตุรัสโบลิบาร์ ซึ่งเป็นจัตุรัสหลักของเมืองพังถล่มลงมา โดยซากของอาคารและฝุ่นกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณลานโล่งซึ่งผู้คนหนีออกมารวมตัวกัน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คนในเขตมหานครของเมือง และมีอาคารพังถล่ม 65 แห่ง โดยเชื่อว่ายังมีผู้คนติดอยู่ภายในอาคาร 15 แห่ง

มีการประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ของเมืองเปเรย์ราจนถึงเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร (11 ส.ค.)

นอกจากนี้ยังมีอาคาร 32 แห่งพังถล่มในเมืองคาลีซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเปเรย์ราไปทางใต้ประมาณ 160 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวประมาณ 200 กิโลเมตร

แดน คัตเลอร์ ชายวัย 29 ปีจากกรุงลอนดอนซึ่งมาท่องเที่ยวในโคลอมเบียกับคู่รักเป็นเวลาสองเดือนแล้วและขณะนี้อยู่ในเมืองคาลี เล่าเหตุการณ์ว่าตื่นขึ้นมาเพราะมีแผ่นดินไหว

เขาบอกกับบีบีซีว่า "ผมไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน"

"เรารีบวิ่งออกมาทั้งอยู่ในชุดนอน โรงแรมที่ผมอยู่ไม่มีความเสียหายทางโครงสร้างที่รุนแรง แต่มีรอยแตกร้าวที่ผิวผนัง รวมถึงมีสีและปูนที่ฉาบไว้หลุดออกมา" เขาระบุ

นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในเมืองมานิซาเลส เมืองกิบโด และเมืองเมเดยิน รวมถึงในพื้นที่ต่าง ๆ ของภูมิภาคโชโก และบาเย เดล เกากา

A building destroyed by a powerful earthquake in Manizales, Colombia, 10 August 2026. A 7.4-magnitude earthquake shook much of Colombia, according to the Colombian Geological Service (SGC), left several people dead across the country. 7.4-magnitude earthquake hits Colombia, Manizales - 10 Aug 2026

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, อาคารหลายแห่งในเมืองมานิซาเลสได้รับความเสียหาย

ที่เมืองมานิซาเลสมีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวแล้วอย่างน้อย 2 คน

อังเฮลิกา อาบิลา ซึ่งอยู่ในเมืองนี้บอกกับบีบีซีว่าเธอพักอยู่ในโรงแรมตอนที่เกิดแผ่นดินไหวและเริ่มเห็นว่าที่ผนังของห้องเริ่มมีรอยร้าว

"ทุกคนต่างกรีดร้อง... ฉันเห็นฝุ่นฟุ้งออกมาจากตึกใกล้ ๆ เต็มไปหมด และอิฐก็ร่วงระเนระนาดตกจากผนังกำแพง" เธอกล่าว

ลุยส์ เฟลิเป โมลินา นักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศจากเมืองมานิซาเลส บอกว่าเขาอยู่ที่บ้านตอนที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นซึ่งบ้านของเขาห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 150 กิโลเมตร

เขาอธิบายว่า เนื่องจากเมืองนี้เคยเกิดแผ่นดินไหวมาก่อน จึงมี "ข้อกำหนดด้านการก่อสร้างเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่เข้มงวดมาก" ส่งผลให้อาคารที่เขาอาศัยอยู่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้

"ผมมีหนังสืออยู่ 450 เล่ม เหลือหนังสือไม่กี่เล่มที่ยังอยู่บนชั้นโดยไม่หล่นลงมา และผมได้ยินเสียงกระจกแตกและเสียงผู้คนกรีดร้องด้วย" เขากล่าวและบอกว่า "มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายและน่าสะพรึงมาก"

หน่วยงานด้านการบินของโคลอมเบียรายงานด้วยว่ามีสนามบินในภูมิภาคได้รับความเสียหายหลายแห่ง ได้แก่ สนามบินในเมืองเปเรย์รา เมืองมานิซาเลส เมืองกิบโด เมืองอาร์เมเนีย เมืองคาร์ตาโก และเมืองบูเอนาเบนตูรา

ส่วนสถานการณ์ในเมืองหลวงกรุงโบโกตา ต้นไม้และสัญญาณไฟจราจรสั่นไหวอย่างรุนแรง มีรายงานพบรอยร้าวตามอาคารต่าง ๆ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

แรงสั่นสะเทือนยังสามารถรับรู้ได้ไกลถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวเนซุเอลา เอกวาดอร์ และปานามา

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวสองครั้งก่อนหน้านี้ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของเวเนซุเอลาไม่ถึงสองเดือน โดยแผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 6,300 คน

เมืองคาลีของโคลอมเบีย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เมืองคาลีของโคลอมเบีย

นายอาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอยา ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติแห่งชาติแล้วเพื่อให้สามารถใช้อำนาจพิเศษในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการอำนาจในการจัดสรรโยกย้ายงบประมาณ

หลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) นายอาเบลาร์โดซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่อาจกลายเป็นเหตุการณ์ที่กำหนดภาพลักษณ์และผลงานของเขาในหน้าประวัติศาสตร์

ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ให้ข้อมูลยืนยันด้วยว่ามีบ้านเรือนมากกว่า 1,500 หลังได้รับความเสียหาย

ขณะที่ขนาดความเสียหายจากแผ่นดินไหวเริ่มชัดเจนมากขึ้น บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ได้ออกมาแสดงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลัง "ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด" และ "พร้อมให้การสนับสนุน" ขณะที่อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า สหภาพยุโรปกำลังใช้ดาวเทียมโคเปอร์นิคัสช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัย

ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล แห่งเอลซัลวาดอร์ ส่งข้อความแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไปยังประชาชนชาวโคลอมเบีย และเสนอว่าจะส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือในภารกิจกู้ภัย

ตามข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ คาดว่ามีประชาชนประมาณ 1.5 ล้านคนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีขนาดใกล้เคียง 7.0

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดในระดับลึก เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ มักมีอันตรายน้อยกว่าแผ่นดินไหวที่เกิดใกล้กับพื้นผิวโลกมากกว่า แต่แผ่นดินไหวลักษณะนี้สามารถปลดปล่อยพลังงานในรูปแบบที่สร้างความเสียหายต่ออาคารได้ โดยมักเกิดอาฟเตอร์ช็อกน้อยกว่า แต่อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่า