ยอดผู้เสียชีวิตเนปาลพุ่งแล้วมากกว่า 700 ราย - สูญหายมากกว่า 2,400 คน ขณะฝนตกต่อเนื่องเป็นอุปสรรคปฏิบัติการช่วยเหลือ

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
เข้าสู่วันที่ 5 ของปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในเนปาลและทิเบต หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ชายแดนเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) มีผู้เสียชีวิตกว่า 734 คน
ข้อมูลจากหน่วยงานรับมือภัยพิบัติของประเทศเนปาลระบุว่า มีการระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 18,700 นายเข้าปฏิบัติงาน เบื้องต้นมีมีผู้สูญหายมากกว่า 2,400 คน
ส่วนในทิเบต สื่อของทางการจีนรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 16 คน และมีผู้สูญหาย 546 คน
เตือนฝนระดับสีเหลืองในพื้นที่ประสบอุทกภัยต่อเนื่องอย่างน้อยถึงวันจันทร์
ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันพุธ เจ้าหน้าที่ระบุว่าสภาพอากาศเป็นอุปสรรคต่อปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยมาก
ขณะเดียวกัน พยากรณ์อากาศยังบ่งชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะมีสภาพอากาศเปียกชื้นและฝนตกต่อเนื่องต่อไปอีก
กรมอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยาแห่งเนปาลออกประกาศเตือนฝนตกหนักระดับสีเหลืองสำหรับพื้นที่ดังกล่าวไปถึงวันจันทร์เป็นอย่างน้อย พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด
สำหรับระดับเตือนภัยสีเหลืองเป็นระดับต่ำสุดในระบบเตือนภัย 3 สีของหน่วยงานดังกล่าว โดยต่ำกว่าระดับสีส้มและสีแดง และถือเป็นระดับที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในพื้นที่นี้ อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกต่อเนื่องมีแนวโน้มจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นไปโดยยากลำบาก
อย่างไรก็ดี สำนักงานบริหารจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล (NDRRMA) ระบุว่า ได้รับรายงานว่าระดับน้ำบริเวณแม่น้ำโภเต โคชี (Bhote Koshi River) เพิ่มสูงขึ้น
แม่น้ำสายนี้เป็นหนึ่งในสองลำน้ำที่เกิดเหตุมวลน้ำและเศษซากจากอุทกภัยไหลทะลักผ่านลงมาอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 26 ส.ค.
NDRRMA ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในริมแม่น้ำและบริเวณใกล้เคียงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
ลุ้นช่วยเหลือคนงานที่ติดค้างในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
หนึ่งในจุดสำคัญซึ่งเป็นที่จับตามองในปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้คือโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ตรีศูลี-3 เอ (Trishuli-3 'A') ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ติดอยู่ใต้โคลน
ตลอดวันเสาร์ (29 ส.ค.) บิราช ภักตา เศรษฐะ รัฐมนตรีพลังงานของเนปาล รายงานความคืบหน้าถึงปฏิบัติการในจุดนี้ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเจาะช่องเข้าไปยังอุโมงค์สายเคเบิลแห่งหนึ่งของโรงงานได้สำเร็จ
เขากล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเศษซากอุดตันอยู่ภายใน แต่ยังไม่สามารถติดต่อกับผู้ที่อาจติดอยู่ภายในได้
ขณะนี้มีความหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายช่องเจาะให้มีขนาดใหญ่พอที่คนจะเข้าไปได้ ซึ่งอาจเปิดทางให้ทีมกู้ภัยเข้าถึงอุโมงค์หลักของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้
ในการอัปเดตข้อมูลล่าสุด เขาระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามปฏิบัติงานตลอดทั้งคืน แต่มีความเสี่ยงที่ภารกิจดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบหรืออาจต้องระงับลง "เป็นระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากปริมาณน้ำกำลังเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง"
ก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำอีกแห่งหนึ่ง คือ ตรีศูลี-3 บี
ทีมผู้เชี่ยวชาญจากจีนและอินเดียได้เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยของเนปาลในการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในในโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งในพื้นที่ดังกล่าว

ที่มาของภาพ, EPA
ชาวต่างชาติ
ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของทางการจีน ในบรรดาผู้สูญหาย 546 คนจากเหตุอุทกภัยในทิเบต มีชาวต่างชาติ 261 คนจาก 23 ประเทศ และทางการจีนได้แจ้งข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของประเทศต่าง ๆ ในจีนแล้ว
รายงานระบุว่า มีชาวสหราชอาณาจักร 15 คนอยู่ในกลุ่มผู้สูญหายในทิเบต
ก่อนหน้านี้ ทางการเนปาลรายงานว่ามีชาวสหราชอาณาจักรสูญหาย 33 คน เชื่อว่าหลายคนอยู่ระหว่างการเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่ทิเบต ดังนั้นจึงยังไม่ชัดเจนว่าชาวอังกฤษ 15 คนที่ทางการจีนรายงานว่าสูญหายนั้น ถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขที่เนปาลรายงานแล้วหรือไม่
สื่อทางการจีนระบุรายละเอียดของชาวต่างชาติที่สูญหายในฝั่งทิเบตเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 244 คน จาก 21 สัญชาติ โดยสัญชาติที่มีจำนวนมากที่สุดอันดับต้น ๆ ได้แก่ ชาวเนปาล 104 คน, ชาวอินเดีย 49 คน ชาวลัตเวีย 33 คน และชาวสหรัฐฯ 18 คน
ข้อมูลผู้สูญหายดังกล่าวได้มาจากการสอบสวนร่วมและความร่วมมือของหลายหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานด้านการต่างประเทศ ความมั่นคงสาธารณะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตลอดจนหน่วยงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน
ขณะที่ตามข้อมูลล่าสุดของคณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาล (Nepal Tourism Board) มีชาวต่างชาติ 261 คนได้รับการช่วยเหลือแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกราว 320 คน
เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยรายละเอียดจำนวนผู้ได้รับการช่วยเหลือแยกตามสัญชาติ ซึ่งมีทั้งชาว เบลเยียม บัลแกเรีย จีน เยอรมัน อินเดีย อิตาลี มอลตา โอมาน โปรตุเกส รัสเซีย สเปน สวิส ตุรกี ยูเครน สหรัฐฯ และกลุ่มที่ไม่สามารถระบุสัญชาติได้






























