สเปนกำหนดมาตรการควบคุมชายแดนต่ออิตาลี เมื่อข้อพิพาทเกี่ยวกับผู้อพยพทวีความรุนแรงขึ้น

Migrants sitting on the ground in rows at the beach with the sea behind them in Ceuta waiting for aid

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้อพยพหลายร้อยคนเข้าแถวบนชายหาดในเซวตาเพื่อรอรับความช่วยเหลือ
    • Author, เฮนรี มัวร์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

สเปนได้กำหนดมาตรการควบคุมชายแดนสำหรับการเดินทางจากอิตาลีทางอากาศและทางทะเลทั้งหมด เมื่อข้อพิพาทระหว่างสองประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น

มาตรการดังกล่าว ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น และจะคงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากอิตาลีออกมาตรการจำกัดในลักษณะเดียวกัน หลังผู้อพยพราว 78,000 คนเดินทางจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่นอกฝั่งแผ่นดินใหญ่

เมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) สเปนเรียกร้องให้อิตาลียกเลิกมาตรการตรวจสอบดังกล่าวภายในวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) ขณะที่ทางการอิตาลียืนยันว่าจะคงมาตรการเดิมไว้ไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 15 ส.ค. เนื่องจาก "คาดว่าจะมีการอพยพระลอกใหม่" เข้าสู่ดินแดนเซวตาของสเปน

วิกฤตครั้งนี้ทำให้เปโดร ซานเชซ และผู้นำฝ่ายสังคมนิยมของสเปน ต้องเผชิญหน้ากับ จอร์เจีย เมโลนี ผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมของอิตาลี ซึ่งเรียกร้องมาอย่างยาวนานให้สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎเกณฑ์ด้านการย้ายถิ่นฐานที่เข้มงวดขึ้น

อิตาลีไม่มีพรมแดนทางบกติดกับสเปน รัฐบาลอิตาลีกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การตัดสินใจระงับข้อตกลงเชงเก้น ซึ่งอนุญาตการเดินทางข้ามพรมแดนโดยเสรี เป็นการชั่วคราว มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ย้ายถิ่นที่เข้าสู่เซวตาเดินทางต่อไปยังอิตาลี

ทางการสเปนปฏิเสธจุดยืนดังกล่าว โดยบอกว่าเป็น "ข้ออ้างที่ไม่มีมูล" และไม่มีพื้นฐานข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้อพยพที่เข้าสู่ดินแดนเซวตา ไม่ได้มีช่องทางใด ๆ ที่จะสามารถเดินทางต่อเข้าสู่เขตเชงเก้นได้

ด้านรัฐบาลอิตาลีตอบโต้การกดดันของสเปนเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) ว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับ "คำขาดใด ๆ" โดยเสริมว่าอิตาลีไม่มีความตั้งใจ "ที่จะทบทวนการตัดสินใจระงับการใช้ข้อตกลงเชงเก้นสำหรับพลเมืองประเทศที่สามที่เดินทางมาจากสเปน ไม่ว่าภายใต้สถานการณ์ใด อย่างน้อยก็จนถึงวันที่ 15 ส.ค. และจนกว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการก่อการร้ายต่ออิตาลีจะถูกขจัดทิ้งไปจนไม่หลงเหลือ"

เจ้าหน้าที่ทางการของอิตาลีระบุว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ ได้ "ทำทุกอย่างที่ทำได้" เพื่อให้มั่นใจว่าชาวสเปนและพลเมืองประเทศอื่น ๆ ในยุโรปที่เดินทางจากสเปนเข้าสู่อิตาลีจะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด

ทางการอิตาลีย้ำด้วยว่า พลเรือนสเปนยังได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อเดินทางมาถึงอิตาลี โดยขั้นตอนเพิ่มเติมเหล่านี้จะใช้เฉพาะกับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองของสหภาพยุโรปเท่านั้น

อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์เอล ปาอิส ของสเปน รายงานว่าอาคารผู้โดยสารหลายแห่งในสนามบินมีคิวเข้าแถวและช่วงเวลารอคอยที่ยาวนานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยผู้โดยสารที่เดินทางจากสเปนจะถูกส่งไปที่ช่องตรวจสอบเฉพาะ

รัฐบาลสเปนออกแถลงการณ์ระบุว่า มาตรการตอบโต้ที่ทางการสเปนตัดสินใจประกาศใช้เมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) จะรวมถึงการตรวจสอบหนังสือเดินทาง สัญชาติ และวีซ่าสำหรับผู้โดยสารชาวอิตาลีและผู้เดินทางจากประเทศอื่นที่เดินทางมาจากอิตาลี "ระหว่างที่ยังคงมีแรงกดดันต่อการอพยพที่ไม่ปกติ" ซึ่งประเทศกำลังเผชิญอยู่

โดยมาตรการตรวจสอบจะมีผลไปจนถึงวันที่ 7 ก.ย. นี้ "เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการนี้ ซึ่งทำให้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระยะเวลาดังกล่าว"

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้อพยพเริ่มทยอยเดินทางกลับโมร็อกโก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายพันคนเดินทางเข้าสู่เมืองเซวตาของสเปนเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา

การระงับข้อตกลงเชงเก้นเป็นการชั่วคราวไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่ออิตาลียังคงบังคับใช้มาตรการควบคุมชายแดนด้านที่ติดกับสโลวีเนีย

การตัดสินใจของอิตาลีในการระงับข้อตกลงเชงเก้นเป็นเวลา 1 เดือนได้รับการสนับสนุนจากฟินแลนด์และเดนมาร์ก ขณะที่สาธารณรัฐเช็กเรียกร้องให้ระงับสมาชิกภาพของสเปนเป็นการชั่วคราวด้วย

ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่มาถึงเมืองเซวตาในสัปดาห์ที่แล้ว ได้เดินทางกลับไปภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน

เยาวชนเกือบ 1,400 คน ซึ่งบางคนเป็น "เด็กชายและเด็กหญิงที่อายุน้อยมาก" ยังคงอยู่ที่นั่น

สเปนไม่ได้กล่าวถึงการคาดการณ์ใด ๆ ว่าจะมีการข้ามแดนระลอกที่สองมาจากโมร็อกโกอีก โดยรายงานดังกล่าวมาจากกระแสในโซเชียลมีเดียของบัญชีผู้ใช้ชาวโมร็อกโกที่มีการวางแผนจะเดินทางอพยพอีกครั้ง ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์เอล ปาอิส

สำนักนายกรัฐมนตรีของสเปนบอกกับหนังสือพิมพ์ดังกล่าวว่า พวกเขากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้คิด แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อสัปดาห์ก่อน

Composite graphic showing the Spanish enclave of Ceuta on the North African coast. The upper panel is a satellite map locating Ceuta between Morocco and Spain, with labels including Benzú, Tarajal and the Península de Almina, and an inset map showing its position between Spain and Morocco. The lower panel shows dozens of migrants in the sea and gathered on rocks near a border fence, illustrating a route around the coastal border. BBC graphic using Getty imagery.
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงเส้นทางอพยพของชาวโมร็อกโกที่ว่ายน้ำอ้อมรั้วพรมแดนเข้าสู่เมืองเซวตา (Ceuta) ของสเปน

ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดผู้อพยพหลายหมื่นคนจึงพยายามข้ามแดนเข้าสู่เมืองเซวตา แต่แม็กนัส บรุนเนอร์ กรรมาธิการด้านการย้ายถิ่นของสหภาพยุโรป มองว่าเครือข่ายอาชญากรที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จเป็นต้นเหตุ ซึ่งรัฐบาลสเปนก็เห็นด้วยกับข้อกล่าวหานี้

การข้ามพรมแดนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดของสเปนมีคำวินิจฉัยว่า ผู้อพยพที่ถูกสกัดกั้นในทะเลระหว่างพยายามเดินทางไปยังเมืองเซวตาหรือเมืองเมลียา ไม่สามารถถูกส่งกลับไปยังโมร็อกโกโดยทันทีได้

ฟากโมร็อกโกมองว่าศาลเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของวิกฤตครั้งนี้ โดยแหล่งข่าวในรัฐบาลที่ไม่เปิดเผยชื่อได้ให้ข้อมูลแก่สื่อท้องถิ่นว่า "องค์ประกอบในระบบที่จะช่วยยับยั้ง[การอพยพ]ได้พังทลายลง และเขื่อนก็แตกออก น้ำหนักมันไม่ได้อยู่ที่อาชญากร แต่มาจากคำวินิจฉัยของศาลต่างหาก"

จำนวนของผู้ที่ว่ายน้ำเข้าสู่เมืองเซวตาพร้อมกันในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ควบคุมชายแดนของโมร็อกโกจึงไม่พยายามหยุดยั้งพวกเขา

ดินแดนทั้งสองแห่งนอกแผ่นดินใหญ่ของสเปน เป็นพื้นที่ขัดแย้งทางการทูตระหว่างสเปนและโมร็อกโกมาช้านาน โดยโมร็อกโกไม่ยอมรับอธิปไตยของสเปนเหนือดินแดนดังกล่าว