เวลา 17.30 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร
รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว
"ภาพรวมการปิดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
และขอบคุณผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) รายงานว่าหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร 6,628 หน่วย ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองพัทยา
113 หน่วยได้ปิดการลงคะแนนเรียบร้อย และภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พร้อมสรุปสถานการณ์ตลอดทั้งวัน ซึ่งมีเหตุการณ์บางประการ เช่น
เหตุเพลิงไหม้ย่านแจ้งวัฒนะที่ไม่กระทบหน่วยเลือกตั้ง
และอุบัติเหตุป้ายล้มใส่ผู้มาใช้สิทธิในเขตบางกะปิซึ่งมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย
รวมถึงฝนตกในช่วงบ่ายที่กระทบบางหน่วยในเขตลาดกระบัง
แต่ยังคงดำเนินการลงคะแนนจนเสร็จสิ้นตาม
กกต.
ยังชี้แจงประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
โดยอ้างอิงตามกฎหมายว่าผู้มีสิทธิต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
1 ปี จึงจะมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งผู้ว่าฯ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หากย้ายทะเบียนบ้านไม่ครบกำหนดจะเลือกได้เฉพาะผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น เว้นแต่มีการดำเนินการแจ้งนายทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนวันเลือกตั้งจึงจะสามารถเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตการเลือกตั้งเดิมที่ตนเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปีได้
สำหรับ
ประชาชนที่อยากติดตามกระบวนการนับคะแนนเสียงสามารถช่องทางการติดตามผลคะแนนทั้งผ่านการสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งซึ่งสามารถทักท้วงกรรมการประจำหน่วยได้หากเห็นพฤติกรรมผิดปกติ
ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่สะดวกติดตามการนับคะแนนที่หน่วยได้สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์
เลือกตั้งกรุงเทพ69.com และของเมืองพัทยา ติดตามได้ที่เว็บไซต์ vote.pattaya.go.th
นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนให้ประชาชนแจ้งเหตุจำเป็นหากไม่ได้ไปใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด
ภายในวันที่ 23 - 29
ก.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยการไปแจ้งกับนายทะเบียนในพื้นที่หรือจัดส่งไปรษณีย์ให้กับนายทะเบียนในพื้นที่ได้
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี
ส่วนกระบวนการหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
กทม. สภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและสภาเมืองพัทยา กกต. ระบุว่าหากไม่มีเรื่องร้องเรียน สามารถประกาศผลได้ภายใน 30 วัน
แต่หากมีข้อร้องเรียนหรือความผิดปกติ
อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ โดยต้องประกาศผลไม่เกิน 60 วัน
พร้อมขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ต่อข้อกังวลของผู้สื่อข่าวในประเด็นว่าจะมีความผิดพลาดในกรณีการแจกบัตรผิด
โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้สิทธิมีสิทธิเลือกเพียงผู้ว่าฯ กทม. อย่างเดียวหรือไม่ กกต.
ชี้แจงว่าได้มีการซักซ้อมขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยผู้มีสิทธิการเลือกตั้งเช่นนั้นจะได้รับบัตรเพียงประเภทเดียว
โอกาสเกิดความผิดพลาดจึงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม
หากพบความคลาดเคลื่อนจนจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้ใช้สิทธิ
อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่
พร้อมเน้นการเปิดให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์และทักท้วงได้ทันที
นอกจากนี้ หากมีฝนตกหรือบัตรเลือกตั้งมีความเสียหายของบัตรเลือกตั้ง
กกต. ระบุว่าเบื้องต้นเท่าที่มีการตรวจสอบ บัตรเลือกตั้งมีความเรียบร้อย
แต่หากไม่สามารถนับคะแนนได้จนจบ จะมีคำสั่งให้งดการนับและจัดให้มีการนับใหม่ภายใน 15 วัน

ที่มาของภาพ, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
คำบรรยายภาพ, ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง