"ผมร่วงจากเคมีบำบัดไม่ได้ทำให้ฉันสูญเสียตัวตน แต่นี่คือสัญลักษณ์สะท้อนว่าฉันเข้มแข็งแค่ไหน"

Rhiannon looking into the camera with a thoughtful expression on her face. She is almost completely bald. She has a silver hoop nose ring and silver heart stud earrings.

ที่มาของภาพ, Caroline Sikkenk

คำบรรยายภาพ, ริอันนอนเป็นหนึ่งในผู้หญิงชาวเวลส์ 11 คนที่ถ่ายภาพในแคมเปญโบลด์ (BOLD) ของมูลนิธิเดอะ พิงก์ ริบบอน (Pink Ribbon Foundation)
    • Author, นิโคลา ไบรอัน
    • Role, บีบีซี นิวส์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

ริอันนอน โธมัส ต้องเจอกับปัญหาผมร่วงระหว่างการทำเคมีบำบัดเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเต้านมออก นั่นยังทำให้ความมั่นใจของเธอก็ลดต่ำลงถึงขีดสุดด้วย

แต่การได้ถ่ายภาพให้กับแคมเปญที่ถ่ายทอดความเข้มแข็งของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งเต้านม ช่วยให้เธอค้นพบพลังภายในที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมี

"เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองดูสวย ดูมั่นใจ และเข้มแข็ง" คุณแม่วัย 36 ปีกล่าว

"มันเป็นความรู้สึกประหลาดใจมากที่เราจะค้นพบความเข้มแข็งในตัวเองได้มากเพียงนี้ ในเมื่อเราต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนั้น"

Rhiannon is wearing pajamas and sitting in a chair in hospital holding two cuddly toys.

ที่มาของภาพ, Rhiannon Thomas

คำบรรยายภาพ, ริอันนอน โธมัส เพิ่งผ่านการทำเคมีบำบัดครบตามแผนการรักษาเมื่อไม่นานมานี้

ริอันนอน คุณแม่ลูกสอง ที่มีลูกสาววัย 14 ปี และ 9 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม หลังคลำพบก้อนเนื้อขณะอาบน้ำเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

"ตอนนั้น ฉันสติแตกไปเลย" คุณแม่ผู้มีอาชีพเป็นผู้ช่วยสอนกล่าว

"แบบว่า ฉันจะบอกลูก ๆ อย่างไร ฉันกลัวมากที่จะต้องบอกพวกเขา"

นับตั้งแต่นั้นมา เธอเข้ารับการผ่าตัดเต้านม การทำเคมีบำบัด และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการฉายรังสีบำบัด

เมื่อเส้นผมเริ่มร่วงจากการทำเคมีบำบัด เธอตัดสินใจโกนศีรษะ แต่ต้องการทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นประสบการณ์ที่เป็นบวกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับลูก ๆ

เธอชวนลูกสาวคนเล็กเล่นสวมบทบาทเป็นช่างทำผม และให้ตัดผมของเธอได้ตามใจชอบด้วยกรรไกร ก่อนจะใช้ปัตตาเลี่ยนโกนผมออกทั้งหมด

"ฉันบอกลูกว่า 'อยากตัดตรงไหนก็ตัดเลย เพราะเดี๋ยวมันก็ต้องร่วงไปอยู่ดี'" ริอันนอนกล่าว

"ฉันอยากเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของลูก ๆ และตัวเอง เพราะไม่อยากให้พวกเขาเห็นฉันเสียใจ และลูกสาวของฉันก็ชอบมันมาก"

Rhiannon, her partner and two daughters standing in front of a Christmas tree.

ที่มาของภาพ, Rhiannon Thomas

คำบรรยายภาพ, เมื่อตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านม สิ่งแรกที่ริอันนอนคิดถึงคือลูก ๆ ของเธอ

วิดีโอที่เธอบันทึกไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ แสดงให้เห็นบรรยากาศภายในบ้านของครอบครัวในหมู่บ้านแอเบอร์ทริดอร์ (Abertridwr) ใกล้เมืองแคร์ฟิลลี (Caerphilly) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ขณะที่ลูกสาวกำลังใช้กรรไกรตัดแต่งทรงผมอย่างสร้างสรรค์

แต่หลังจากนั้น ในช่วงเวลาส่วนตัว การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกครั้งใหญ่กลับเป็นเรื่องที่ยากจะรับมือ

"ฉันจำได้ว่ามองตัวเองในกระจกแล้วร้องไห้ออกมา เพราะคุณแทบจำตัวเองไม่ได้เลย" เธอกล่าว

ริอันนอนถึงกับน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงสีหน้าของพ่อแม่ในครั้งแรกที่เห็นเธอหลังโกนศีรษะ

หลังจากนั้น เธอมักสวมผ้าคลุมศีรษะทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

Sam has her face in her hands and looks into the camera. She is bald, wearing a black T-shirt and has a tattoo on her forearm.

ที่มาของภาพ, Caroline Sikkenk

คำบรรยายภาพ, แซม โกรนอว์-วอลเทอร์ส บอกว่าเธอภูมิใจกับภาพพอร์ตเทรตชุดนี้ของตนเอง

เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยอย่างยิ่งสำหรับแซม โกรโนว์-วอลเทอร์ส พยาบาลด้านสุขภาพจิตและคุณแม่ลูกสอง

หญิงวัย 44 ปีผู้นี้ก็สูญเสียเส้นผมจากการรักษามะเร็งเต้านมเช่นกัน

แต่โรคมะเร็งเธอเป็นนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

เมื่อ 5 ปีก่อน แซมได้รับการวินิจฉัยเป็นครั้งแรกว่าเป็นมะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ (Triple Negative Breast Cancer) โดยในเวลานั้นโรคนี้สามารถรักษาได้ผลด้วยการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำ การผ่าตัดก้อนมะเร็งออกจากเต้านม และการฉายรังสี ตามด้วยการรับประทานยาเคมีบำบัด

แต่เพียง 7 เดือนต่อมา เธอกลับคลำพบก้อนเนื้ออีกครั้ง และผลการตรวจยืนยันว่าเธอกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ

หลังจากนั้นเธอเข้ารับการผ่าตัดเต้านมอีกครั้ง และได้รับแจ้งว่าไม่พบมะเร็งอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 แพทย์แจ้งว่ามะเร็งได้แพร่กระจายไปยังปอด ขณะที่เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ผลตรวจพบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังตับและต่อมน้ำเหลืองด้วย

"ฉันก็ต้องเดินหน้าต่อไป" แซม ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเซนต์เอเธน เขตเวลออฟกลามอร์แกนในเวลส์ กล่าว

"ฉันต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพราะฉันอยากเห็นลูก ๆ เติบโตขึ้น"

Sam is in profile and running her hand over her bald head. She is wearing a black T-shirt and has a tattoo on her forearm.

ที่มาของภาพ, Caroline Sikkenk

คำบรรยายภาพ, แซมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อ 5 ปีก่อน

เช่นเดียวกับกรณีของริอันนอน เมื่อแซมรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโกนศีรษะ สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับลูก ๆ เธอมีลูกสาววัย 20 ปี และลูกชายวัย 13 ปี

ลูกชายของเธอขอให้เธอโกนผมโดยเหลือผมไว้ด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อเลียนแบบทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ของโรนัลโด นักฟุตบอลชาวบราซิล ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 และเธอก็ตอบตกลง

"สำหรับฉัน มันเป็นความทรงจำที่มีความสุข ฉันจึงหวังว่าเขาจะได้เห็นว่า แม้ตอนที่ฉันป่วย ฉันก็ยังสนุกได้ ยังยิ้มได้ และยังทำให้ลูก ๆ มีความสุขและหัวเราะได้" เธอกล่าว

เช่นเดียวกัน เธอยังคงกังวลว่ารูปลักษณ์ใหม่ของตนจะส่งผลต่อลูก ๆ อย่างไร

"ฉันเคยถามลูกชายตอนพาเขาไปโรงเรียนว่า 'ลูกจะอายไหมถ้าแม่ไม่ใส่หมวก'" แซมเล่าย้อนความ

"แต่เขาตอบกลับมาประมาณว่า 'ทำไมผมต้องแคร์ด้วยล่ะแม่?'"

Sam and her son after having her head shaved. Her young son is wearing a football kit. She has just hair at the front of her head remaining and is wearing a black hairdressing cape.

ที่มาของภาพ, Sam Gronow-Walters

คำบรรยายภาพ, แซมตกลงให้ทีมงานจัดแต่งทรงผมของเธอให้เป็นทรงอันโด่งดังของโรนัลโด อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่สร้างความจดจำให้แฟนบอลทั่วโลกในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002

ริอันนอนและแซมพบกันเป็นครั้งแรกหลังสมัครเข้าร่วมโครงการโบลด์ เวลส์ (BOLD Wales) ของมูลนิธิเดอะ พิงก์ ริบบอน (Pink Ribbon Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลด้านมะเร็งเต้านม

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องความกล้าหาญและความมั่นใจของผู้หญิงที่สูญเสียเส้นผมจากโรคมะเร็งเต้านม

พวกเธอพร้อมด้วยสตรีชาวเวลส์อีก 9 คน ใช้เวลาหนึ่งวันในเมืองคาร์ดิฟฟ์เพื่อถ่ายภาพกับแคโรไลน์ ซิกเคงก์ ช่างภาพชาวดัตช์

ภาพถ่ายจากโครงการดังกล่าวจะถูกนำไปจัดแสดงบนจอภาพยักษ์กลางจัตุรัสพิคคาดิลลี (Piccadilly Lights) ใจกลางกรุงลอนดอนในเดือนหน้า

Sam at an event with her husband and children. They are all smiling. She is wearing a black and white print top and has a blonde bob.Her son and husband are wearing white shirts and ties. Her daughter has long blonde hair and is wearing a red top.

ที่มาของภาพ, Sam Gronow-Walters

คำบรรยายภาพ, แซมกล่าวว่า สามีและลูก ๆ ช่วยให้เธอยังคงมองโลกในแง่บวกและมีกำลังใจต่อสู้กับโรคต่อไป

ผู้หญิงทั้งสองคนยอมรับว่ารู้สึกประหม่าไม่น้อยกับการถ่ายภาพ แต่บอกว่าประสบการณ์ที่ได้รับเต็มไปด้วยความสุขอย่างยิ่ง

"มันเหมือนกับว่าเราทุกคนรู้จักกันมาก่อนแล้ว ทั้งที่เพิ่งมาเจอกันในวันนั้น และจนถึงตอนนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่" แซมกล่าว

ริอันนอนบอกว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนอื่นที่ผมร่วงระหว่างการรักษาโรคมะเร็งมาก่อนเลย

"ฉันรู้สึกปลอดภัยมาก และไม่รู้สึกว่าถูกตัดสินเลย" เธอกล่าว

Rhiannon and Sam standing on a residential street, smiling at the camera. Both have bald heads. Rhiannon is wearing a white T-shirt and Sam is wearing a black and white print dress.
คำบรรยายภาพ, หลังการถ่ายภาพเสร็จสิ้น ริอันนอน แซม และผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ ยังคงติดต่อและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับทั้งสองคน การได้เห็นภาพถ่ายของตัวเองเป็นครั้งแรกเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

"ฉันถึงกับอุทานว่า 'ว้าว'" ริอันนอนกล่าว พร้อมบอกว่าเธอรู้สึกภูมิใจกับความกล้าหาญที่ทำให้ตัดสินใจมาถ่ายภาพในช่วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้

ส่วนแซมแทบจำตัวเองในภาพไม่ได้

"ฉันมองแล้วคิดว่า 'ว้าว นั่นไม่ใช่ฉันแน่ ๆ'" เธอกล่าว

"ฉันรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่ได้เอาภาพเหล่านี้ไปให้ครอบครัวดู แล้วบอกว่า 'นี่แหละ ฉันเอง'"

Lisa has her arm around Rhiannon and both are looking at the camera and smiling. Lisa has spiky bright pink hair and her head shaved at the sides. She is wearing a white T-shirt. Rhiannon is bald and wearing a denim jacket.

ที่มาของภาพ, The Pink Ribbon Foundation

คำบรรยายภาพ, ลิซา อัลเลน จากมูลนิธิเดอะพิงก์ริบบอน (ขวา) ถ่ายภาพร่วมกับริอันนอน เธอบอกว่าโครงการนี้ได้สร้างชุมชนให้ผู้คนได้มาคอยสนับสนุนกันและกัน

โครงการ BOLD เริ่มต้นขึ้นในปี 2022 เมื่อ ลิซา อัลเลน จากมูลนิธิเดอะ พิงก์ ริบบอนได้พบกับแคโรไลน์ ซิกเคงก์ ช่างภาพ ในการประชุมเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม

ตลอดหลายปีก่อนหน้านั้น แคโรไลน์ทำงานบันทึกภาพผู้หญิงที่เผชิญภาวะผมร่วงจากอาการเจ็บป่วย

"สิ่งที่สะดุดใจเราจากภาพถ่ายของเธอคือ ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะผู้ป่วย" ลิซากล่าว "พวกเธอดูเข้มแข็ง งดงาม และเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่"

การถ่ายภาพสำหรับโครงการ BOLD ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2023

"สิ่งที่เราไม่คาดคิดคือ เราได้สร้างชุมชนขึ้นมาด้วย" ลิซากล่าว

เธอระบุว่า ผลกระทบของโครงการมักเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนมีการลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพเสียอีก

"เราตั้งกลุ่มในแอปพลิเคชันวอตส์แอป (WhatsApp) ไว้ล่วงหน้า ดังนั้นเมื่อผู้หญิงเหล่านี้เดินทางมาถึง พวกเธอก็รู้สึกแล้วว่ากำลังผ่านประสบการณ์นี้ไปด้วยกัน"

"มิตรภาพและการสนับสนุนที่ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ โครงการยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน หลังจากถ่ายภาพเสร็จสิ้นแล้ว"

ผู้หญิงทั้งสองคนบอกว่า การได้เข้าร่วมโครงการนี้ช่วยให้พวกเธอค้นพบความเข้มแข็งและมุมมองเชิงบวกแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

"ฉันรู้สึกว่าทั้งความมั่นใจและทัศนคติเชิงบวกของตัวเองเพิ่มขึ้นจากการถ่ายภาพครั้งนี้" ริอันนอนกล่าว

"ฉันเดินออกมาจากที่นั่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม รู้สึกเป็นอิสระมาก และรู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป"

ผ้าโพกศีรษะที่เธอเคยใช้ถูกเก็บไปแล้ว และ "ความปกติรูปแบบใหม่" คือการที่เธอเผยศีรษะที่โกนผมเกลี้ยงอย่างภาคภูมิใจ

สำหรับแซม การถ่ายภาพครั้งนี้ช่วยให้เธอยอมรับตัวเองได้มากขึ้น

"นี่คือตัวฉันในวันนี้ ฉันคงไม่กลับไปไว้ผมยาวอีกแล้ว" เธอกล่าว

"การที่ผมร่วงไม่ได้เป็นสิ่งที่นิยามตัวตนของฉัน แต่มันเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่บอกว่าฉันกำลังก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และฉันเข้มแข็งพอที่จะทำเช่นนั้น"