You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สี จิ้นผิง เตรียมพบคิม จอง-อึน ในการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบหลายปี ต้นสัปดาห์หน้า
- Author, โกะ อีเว
- Author, เจค ควอน
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำกรุงโซล
- Published
- เวลาอ่าน: 4 นาที
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะพบกับคิม จอง-อึน ในสัปดาห์หน้า ระหว่างการเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ นับเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบเกือบเจ็ดปี ตามรายงานจากสื่อรัฐของทั้งสองประเทศ
กำหนดการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในรอบนี้ของสี จิ้นผิงจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ตามคำเชิญของคิม จอง อึน โดยครั้งล่าสุดที่ประธานาธิบดีสีเคยมาเยือนกรุงเปียงยางคือในปี 2019
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่สีให้การต้อนรับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งทั้งสองประเทศมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศของทางการเกาหลีเหนือ
จีนเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญของเกาหลีเหนือ ซึ่งเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักจากนานาชาติ จากโครงการอาวุธนิวเคลียร์และข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จีนและเกาหลีเหนือมีพรมแดนร่วมกันยาว 1,400 กิโลเมตร และผูกพันกันด้วยสนธิสัญญาด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งสนธิสัญญาฉบับนี้มีเพียงฉบับเดียวโดยที่จีนไม่ได้มีสนธิสัญญาลักษณะเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ อีก มันรับประกันการสนับสนุนซึ่งกันและกันหากฝ่ายใดถูกโจมตี
ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 65 ปีของสนธิสัญญาฉบับนี้
สำหรับคิม มูลค่าทางการโฆษณาชวนเชื่อจากการมาเยือนของสีเป็นที่ประจักษ์ชัด เกาหลีเหนือได้ยกระดับสถานะบนเวทีโลก หลังจากฝ่าฟันช่วงการแพร่ระบาดของโรคและเข้าร่วมสงครามในยูเครนเคียงข้างรัสเซีย
แม้ทางการจีนจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งทางการเกาหลีเหนือและรัสเซีย แต่สีก็ระแวดระวังต่อการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคิมและปูติน
อย่างไรก็ตาม จีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ ยังคงเป็นสายป่านหลักของคิม
มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า คิมจะพยายามขยายการค้าข้ามพรมแดนทางบก และดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น เพื่อเติมเต็มชายหาดและสกีรีสอร์ตที่สร้างขึ้นใหม่
คิมได้แสดงแสนยานุภาพด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเขาอย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้ เขายังพาแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมกรุงเปียงยาง และเขาต้องการให้โลกเห็นว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยที่เขาไม่ต้องก้มหัวให้กับสหรัฐฯ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเกาหลีใต้
นับตั้งแต่คิมประกาศยุติความพยายามในการรวมชาติกับเกาหลีใต้เมื่อเดือน ธ.ค. 2024 เขาได้เรียกชาวเกาหลีใต้ว่าเป็นศัตรูคู่แค้น และตัดการสื่อสารทุกระดับกับทางการเกาหลีใต้
ขณะที่ความพยายามของทางการเกาหลีใต้ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ดูเหมือนจะไม่เป็นที่ตอบรับจากเกาหลีเหนือ
เมื่อทีมฟุตบอลหญิงอาชีพของเกาหลีเหนือเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อแข่งขันกับทีมฟุตบอลเกาหลีใต้ ภาพการเมินเฉยปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
นักเตะเกาหลีเหนือแทบไม่สนใจประชาชนชาวเกาหลีใต้ที่มารอต้อนรับที่สนามบินและสนามกีฬา พวกเธอจับมือกับนักเตะเกาหลีใต้อย่างเย็นชา ก่อนการแข่งขันจะตามมาด้วยการเล่นที่รุนแรงและก้าวร้าว
ทางการเกาหลีใต้หวังว่าสีจะเข้ามามีบทบาทเป็นคนกลางในการเดินทางเยือนครั้งนี้ โดยชักจูงให้ทางการเกาหลีเหนือกลับมาเจรจากับทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ
จ็อง ดง ยอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าในการพบกันระหว่างสีกับคิม จะมีการหารือเรื่องการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือซึ่งถูกคว่ำบาตรอยู่ ก็อาจถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วย
แม้ทางการจีนจะสนับสนุนการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้ลดระดับจุดยืนดังกล่าวลงอย่างมาก
ระหว่างการพบกันของทรัมป์กับสีเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้นำทั้งสองยืนยันเป้าหมายร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ จากเอกสารข้อเท็จจริงของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว
แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ในการแถลงข่าว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนไม่ได้ยืนยันถึงข้อตกลงนี้โดยตรง โดยกล่าวเพียงว่าจุดยืนของจีนในประเด็นดังกล่าวยังคงมี "ความต่อเนื่องและความสม่ำเสมอ"
ขณะที่ทางการเกาหลีเหนือได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่หยุดยั้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของตนเอง
เมื่อสัปดาห์นี้เอง คิมกล่าวว่าเกาหลีเหนือมีกำลังการผลิต "วัสดุนิวเคลียร์เกรดอาวุธเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า" ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานนิวเคลียร์แห่งใหม่ ตามรายงานจากสื่อของทางการเกาหลีเหนือ