วุฒิสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นิรโทษกรรมคดีการเมืองย้อนหลัง 20 ปี ไม่รวม "คดี ม. 112" ทุกกรณี

นิรโทษ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนนเสียง 103 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง โดยคงหลักการเดิมไม่ให้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ทุกกรณี แม้ผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหา/จำเลย จะเป็นเยาวชนก็ตาม

หลังจากนี้ ก็จะส่งร่างตามที่แก้ไขเพิ่มเติมกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป หากสภาเห็นชอบด้วย ให้นายกรัฐมนตรีก็จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าสภาเห็นเป็นอื่น ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันระหว่าง สส. และ สว. เพื่อพิจารณาต่อไป

การประชุมวุฒิสภาวันนี้ (30 มิ.ย.) เป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในวาระ 2 (พิจารณารายมาตรา) และวาระ 3 (พิจารณาทั้งฉบับ)

ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีเนื้อหา 13 มาตรา อยู่ภายใต้หลักการ "3 ไม่" คือ ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติมิชอบ, ไม่นิรโทษกรรมคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่นิรโทษกรรมคดี 112 ทุกกรณี นั่นทำให้ผู้ถูกกล่าวหา/จำเลย/ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ได้รับประโยชน์จากการออกกฎหมายฉบับนี้

ร่างกฎหมายนี้จะถือเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมเหตุการณ์ทางการเมืองฉบับที่ 24 ในรอบ 94 ปี นับจากมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. 2475 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2475 ให้การกระทำของคณะราษฎร เป็นกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับแรก ต่อมามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่บรรดาคณะรัฐประหารรวม 11 ครั้ง (9 ครั้งตราในรูปแบบ พ.ร.บ. และ 2 ครั้งเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว) และออกกฎหมายนิรโทษกรรมในเหตุการณ์อื่น ๆ อีก 11 ครั้ง

ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 เมื่อ 21 ต.ค. 2568 แล้วส่งเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อ ซึ่งลงมติรับหลักการในวาระ 1 เมื่อ 28 ต.ค. 2568 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ.

ต่อมามีการยุบสภาเมื่อ 12 ธ.ค. 2568 กระบวนการพิจารณาจึงหยุดชะงักลง ก่อนที่รัฐบาล "อนุทิน 2" จะร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายนี้ต่อไป ทำให้ กมธ. กลับมาพิจารณาต่อจนแล้วเสร็จ และเสนอรายงานเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา 30 มิ.ย. โดยไม่มีการแก้ไขหลักการสำคัญจากร่างที่สภาเห็นชอบแต่อย่างใด

บีบีซีไทยขอสรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ดังนี้

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธาน กมธ. นำเสนอรายงานของ กมธ. และร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต่อวุฒิสภา เมื่อ 30 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, PR SENATE

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธาน กมธ. นำเสนอรายงานของ กมธ. และร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต่อวุฒิสภา เมื่อ 30 มิ.ย.

นิรโทษกรรมย้อนหลัง 20 ปี

ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้นิรโทษกรรมการกระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเริ่มชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่สภามีมติรับหลักการร่างกฎหมายนี้

เมื่อกรอบเวลากว้างถึง 20 ปี บีบีซีไทยเข้าใจว่าจะทำให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองเข้าข่ายได้รับอานิสงส์จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

  • 2549-2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือ "คนเสื้อเหลือง"
  • 2550-2553 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ "คนเสื้อแดง"
  • 2556-2557 คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หรือ "ม็อบนกหวีด"
  • 2557-2561 ขบวนการนักศึกษาและประชาชนฝ่ายต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
  • 2563-2565 กลุ่มคณะราษฎร/ราษฎร หรือ "ม็อบ 3 นิ้ว"

เงื่อนไขต้องห้ามนิรโทษกรรม

ความผิด "ต้องห้าม" ไม่ให้นิรโทษกรรมที่เขียนล็อกกันมาตั้งแต่ในชั้น สส. และต่อเนื่องถึงชั้น สว. มี 3 ข้อคือ 1) ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ 2) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์ ราชินี รัชทายาท) 3) ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

แม้ กมธ. ไม่มีการแก้ไขเนื้อหาในส่วนนี้ซึ่งปรากฏในมาตรา 3 แต่มี กมธ. เสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น และ สว. ขอแปรญัตติแก้ไขข้อความในทำนองเดียวกัน ในส่วนที่ระบุว่า พ.ร.บ. นี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานตามมาตรา 112 โดยให้เพิ่มข้อความว่า "เฉพาะกรณีผู้กระทำความผิดมีอายุเกิน 18 ปีในขณะกระทำความผิด" พูดง่าย ๆ ว่าไม่ปิดทางนิรโทษกรรมคดี 112 หากผู้กระทำผิดอายุน้อยกว่า 18 ปี

สำหรับ กมธ.เสียงข้างน้อยที่ผลักดันประเด็นนี้แต่แพ้โหวตกลางห้องประชุม กมธ. ประกอบด้วย นางกัลยา ใหญ่ประสาน, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย, นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์, นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส่วนสมาชิกที่ขอสงวนคำแปรญัตติคือ นางอังคณา นีละไพจิตร ทั้งหมดเป็น สว. นอกกลุ่มใหญ่

แต่สุดท้าย พวกเขาก็แพ้โหวตอีกครั้งกลางห้องประชุมใหญ่วุฒิสภาในระหว่างโหวตวาระ 2 โดย สว. โหวตสนับสนุนให้นิรโทษกรรมเยาวชนในคดี 112 เพียง 15 คน ขณะที่ 126 คนให้ยืนตามเนื้อหาเดิมของ กมธ. เสียงข้างมาก และ 13 คนงดออกเสียง

นิรโทษกรรม

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ผิดแบบไหนได้นิรโทษกรรม

ประเภทความผิดที่มีสิทธิได้รับการพิจารณานิรโทษกรรมปรากฏในบัญชีท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี 42 ฐานความผิด ตามกฎหมายต่าง ๆ รวม 29 ฉบับ อาทิ

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

  • ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร มาตรา 113 (ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ, ล้มล้างอำนาจ 3 ฝ่าย) มาตรา 114 (เฉพาะตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ) มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่นฯ) มาตรา 117 (ประท้วงหยุดงาน) มาตรา 118 (เหยียดหยามธงชาติ)
  • ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 124 (เปิดเผยความลับประเทศ)
  • ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มาตรา 135/1 (2) หรือ (3) มาตรา 135/2 และมาตรา 135/3
  • ความผิดต่อเจ้าพนักงาน
  • ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม
  • ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
  • ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
  • ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
  • ความผิดต่อร่างกาย
  • ความผิดต่อเสรีภาพ
  • ความผิดฐานหมิ่นประมาท
  • ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
  • ความผิดฐานบุกรุก, ความผิดลหุโทษต่าง ๆ

ความผิดตาม พ.ร.ก.

  • ความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

ความผิดตาม พ.ร.บ.

  • ความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

ความผิดประกาศหรือคำสั่งคณะปฏิวัติหรือรัฐประหาร

  • ความผิดตามประกาศและคำสั่งหัวหน้า คปค. และ คสช.

นอกจากนี้ กมธ. ของวุฒิสภายังเพิ่มการกระทำความผิดใน 2 กฎหมายเข้าไปใหม่คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 ตามข้อเสนอของทนายความผู้รับผิดชอบคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งให้ข้อมูลว่าจำเลยในคดีดังกล่าวถูกฟ้องตามกฎหมายนี้ ซึ่งยังมิได้รวมอยู่ในบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข

ปัดนิรโทษกรรมคดีฮั้วเลือก สว.

ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา กมธ.เสียงข้างมากได้ปรับปรุงลำดับของกฎหมายที่ปรากฏในบัญชีแนบท้าย โดยจัดเรียงตามลำดับศักดิ์ของกฎหมายกล่าวคือ ปรับเอาความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) มาขึ้นก่อนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา, พระราชกำหนด, พระราชบัญญัติ, ประกาศหรือคำสั่งคณะปฏิวัติหรือรัฐประหาร และกรณีเป็นกฎหมายลำดับเดียวกันก็จะไล่เรียงตามลำดับตัวอักษร

นั่นทำให้ ความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ) ปรากฏเป็นลำดับแรกที่จะได้สิทธิรับการพิจารณานิรโทษกรรม ตามด้วยความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

จุดนี้เองที่ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อนายสมชาย แสวงการ อดีต สว. "สะดุดใจและเกิดความสงสัยอย่างแรง" ต่อบัญชีแนบท้ายใหม่ โดยเขาระบุว่า "ไม่ต้องการให้ใครสอดไส้ ลักไก่นิรโทษกรรมบางคดี" เช่น คดีฮั้วเลือก สว., คดีเลือกตั้ง สส., คดี กกต. ถูกฟ้อง หรือคดีความผิดต่อความมั่นคงในและนอกราชอาณาจักรที่ค้างอยู่ที่ ป.ป.ช.

"กฎหมายใดไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีมูลฐานความผิดใดที่ต้องนิรโทษกรรม ไม่ต้องใส่เผื่อไว้ให้คลางแคลงใจ ตัดออกไปดีกว่าที่จะทำให้ร่างกฎหมายดี ๆ เสียของไป เพราะขาดความเชื่อใจ" อดีต สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของเขาซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะเมื่อ 26 มิ.ย.

การนับคะแนนเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นแบบมาราธอนข้ามคืนจาก 26 ถึงเช้า 27 มิ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การนับคะแนนเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นแบบมาราธอนข้ามคืนจาก 26 ถึงเช้า 27 มิ.ย. 2567

ร้อนถึง พล.ต.อ.ฉัตรวรรษต้องรีบออกมาปฏิเสธ-รับประกันว่า ในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยกฎหมายทั้งหมดกำหนดมาตั้งแต่ร่างของสภาแล้ว วุฒิสภาไม่ได้แก้ไข เพียงแต่จัดลำดับใหม่

เช่นเดียวกับนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการ กมธ. ที่ระบุว่า "ไม่คิดจะทำ" เรื่องการนิรโทษกรรมตัวเอง เพราะกระบวนการทุกอย่างยังอยู่ในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ถูกชี้มูลทั้งนั้น พร้อมพาดพิงกลับคนที่ออกมาสื่อสาร "ให้ข่าวเฟคนิวส์" ขอให้ช่วยอ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ละเอียดด้วย

อย่างไรก็ตามมี สว. รัชนีกร ทองทิพย์ ซึ่งสงวนคำแปรญัตติเรื่องบัญชีท้าย พ.ร.บ. เอาไว้ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบรรจุความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ว่าอาจทำให้คดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ ซึ่งนายพิสิษฐ์ชี้แจงแบบที่ให้สัมภาษณ์สื่อไปก่อนหน้า โดยย้ำว่า กมธ. ไม่ได้แก้ไขเนื้อหากฎหมายที่รับมาจากสภา แต่เพียงจัดลำดับใหม่ตามศักดิ์ของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ระบุไว้ ไม่ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การเลือกที่ไม่เป็นธรรม หรือการแสดงคุณสมบัติอันเป็นเท็จ จึงไม่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. และไม่ใช่การนิรโทษกรรมให้กับผู้เกี่ยวข้อง

ผู้ชี้ขาดการนิรโทษ-การพ้นผิด

ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้มี คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข 9 คน มีหน้าที่และอำนาจสำคัญคือ การวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตาม พ.ร.บ. นี้ โดย "ให้ถือว่าเป็นที่สุด มีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐ ในกระบวนการยุติธรรมต้องรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง"

นอกจากนี้ยังมีอำนาจรับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง, เรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงได้ ฯลฯ

สำหรับคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน, รมว.ยุติธรรมเป็นรองประธาน ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม, เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล), ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายฯ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน), ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายฯ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ, ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี

กมธ. วุฒิสภาได้ปรับแก้เล็กน้อย โดยเพิ่มข้อความว่า "การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขซึ่งได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครอง"

ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. นี้ภายใน 180 วันวันนับแต่วันที่ประชุมครั้งแรก

ผลของกฎหมาย

หากมีการประกาศใช้กฎหมายนี้ การกระทำใด ๆ ของ "บุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง" ในช่วงที่กฎหมายนี้กำหนด ในความผิดตามที่ระบุในบัญชีท้าย พ.ร.บ. รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน "ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทาความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิด รวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางวินัยเท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

ผลที่จะตามมาหากผู้ได้รับการนิรโทษกรรม

  • เป็นผู้ต้องหา: ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับหรือยุติการสอบสวนหรือการฟ้องคดี
  • เป็นจำเลยในชั้นศาล: ให้ศาลนั้นยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
  • ถูกศาลสั่งลงโทษ: ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น
  • อยู่ระหว่างการรับโทษ: ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป
  • กรณีมีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทำความผิด: ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล และจะนำประวัติอาชญากรรมนั้นไปใช้กับบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้ และให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญานั้น
นักโทษคดีการเมืองจำนวนหนึ่งถูกจองจำอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นักโทษคดีการเมืองจำนวนหนึ่งถูกจองจำอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ร่างกฎหมายนี้ยังระบุเอาไว้ในมาตรา 11 ด้วยว่า บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. นี้ ถ้าผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิดร้องขอไม่ว่าผู้นั้นจะถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ และคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเห็นสมควรเพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิด แล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา หรือให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคำพิพากษา ตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว และให้ศาลมีอำนาจรับฟังความเห็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกอบการพิจารณาสั่งใช้มาตรการดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตามมา กมธ. จากฝากฝั่ง สว. กลุ่มใหญ่ที่ถูกขนานนามว่า "สว. สีน้ำเงิน" 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย, นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์, น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส ได้ขอสงวนความเห็นในมาตรานี้ โดยขอให้เติมเนื้อความไปว่า "ความในวรรคหนึ่งมาให้บังคับใช้กับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการสำทับเพิ่มเติมว่าไม่ให้นิรโทษกรรมคดี 112 ทุกกรณี

ผลปรากฏว่า ที่ประชุมวุฒิสภาพลิกกลับมาเอาด้วยกับข้อเสนอของ กมธ. เสียงข้างน้อยกลุ่มนี้ในวาระ 2 ด้วยคะแนน 102 ต่อ 16 งดออกเสียง 20 เป็นอันว่าให้มีการเติมข้อความดังกล่าวลงไปในมาตรา 11

แต่ถึงกระนั้น มีข้อสังเกตของ กมธ. ปรากฏในรายงานฉบับนี้ เกี่ยวกับกระบวนการรับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรม หากคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุขพิจารณาแล้วพบว่ามีผู้ต้องขังจากการกระทำตามความในมาตรา 7 ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. นี้

"ควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญาหรือการคุมขังในสถานที่คุมขังไปยัง รมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อันจะเป็นมาตรการในการสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างเสริมสังคมสันติสุขให้โอกาสสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข..." ข้อสังเกตของ กมธ. วุฒิสภา ระบุ ซึ่งวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วย

วุฒิสภาเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ต่อ หลังจากรัฐบาล "อนุทิน 2" ยืนยันร่างกฎหมายค้างสภาฉบับนี้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, วุฒิสภาเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ต่อ หลังจากรัฐบาล "อนุทิน 2" ยืนยันร่างกฎหมายค้างสภาฉบับนี้