ฟีฟ่าและกรรมการผู้ตัดสิน เอื้อประโยชน์ให้อาร์เจนตินาในฟุตบอลโลกครั้งนี้หรือไม่

    • Author, เดล จอห์นสัน
    • Role, ผู้สื่อข่าวฟุตบอล บีบีซี
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

อาร์เจนตินาทุ่มสุดตัวในการป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก และพวกเขาจำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพราะหลังจากที่คาดกันว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะเคปเวิร์ดและอียิปต์ได้ง่าย ๆ ในรอบน็อกเอาต์สองรอบแรก แต่ทีม "ฟ้าขาว" กลับต้องต่อสู้สุดกำลังกว่าจะคว้าชัยชนะมาได้ด้วยสกอร์ 3-2 ทั้งสองนัด

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะเหนืออียิปต์กลับทำให้เกิดประเด็นตามมา เมื่อทีมจากแอฟริกาทีมนี้ได้เรียกร้องให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ขับไล่ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พวกเขาพ่ายแพ้ออกจากทัวร์นาเมนต์

อียิปต์ได้กล่าวหาว่ามีการลำเอียงเข้าข้างอาร์เจนตินาและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับนักเตะคนดังอย่าง ลิโอเนล เมสซี

หลังจบเกม ฮอสซัม ฮัสซัน โค้ชทีมชาติอียิปต์กล่าวว่า อียิปต์ "ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม" และ "ได้เผชิญกับความอยุติธรรม"

ฮัสซันยังกล่าวหาว่ามีความลำเอียงเกิดขึ้นจากทางฝั่งฟีฟ่าด้วย

"บางทีพวกเขาอาจต้องการรักษาแชมป์โลกให้อยู่ในการแข่งขันต่อไป บางทีพวกเขาอาจต้องการให้เมสซีอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อไป" เขากล่าว

แผนกกีฬาของบีบีซีพาสำรวจว่า ทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าทุกอย่างถูกจัดฉากไว้เพื่อให้อาร์เจนตินาประสบความสำเร็จนั้นมีมูลความจริงหรือไม่

คำโต้แย้งของอียิปต์ฟังขึ้นหรือไม่

เป็นเรื่องไม่ยากนักที่จะเข้าใจว่าทำไมทีมชาติอียิปต์ถึงรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากหลังจากความพ่ายแพ้ 3-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ทีมจากแอฟริกานำอยู่ 2-0 ในช่วง 11 นาทีสุดท้าย และจวนเจียนจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่ออาร์เจนตินาโหมบุกกลับมาพลิกสถานการณ์และทำประตูชัยได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

อียิปต์กล่าวว่ามีบางอย่างที่น่าสงสัยเกิดขึ้น โดยพวกเขามองว่าการตกรอบครั้งนี้เกิดจาก "ความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของผู้ตัดสิน" และ "ความสองมาตรฐาน" จากผู้ตัดสินชาวฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ เลอเตกซิเยร์ และทีมงานของเขา

ทีมชาติอียิปต์มีลูกยิงหนึ่งประตูที่ถูกริบคืนหลังจากมีการใช้ระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ หรือ วีเออาร์ (video assistant referee - VAR) เข้ามาตรวจสอบ

พวกเขายังอ้างด้วยว่าประตูชัยของอาร์เจนตินาควรจะเป็นโมฆะ และอียิปต์ควรได้รับลูกจุดโทษแทน

ประตูที่สวยงามของ มอสตาฟา ซิโก ถูกริบคืนหลังจาก มาร์วาน อัตเทีย ถูกลงโทษในจังหวะเหยียบเท้าของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ในช่วงเริ่มต้นของการทำเกมบุก

จังหวะนั้นเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ในตอนนั้นอียิปต์นำอยู่ 1-0 และสามารถทำประตูที่สองได้ในอีก 9 นาทีต่อมา คุณไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกมจะเปลี่ยนทิศทางไปอย่างไรหากประตูของ ซิโก ไม่ถูกริบคืน

อียิปต์เชื่อว่ามีจังหวะที่พวกเขาน่าจะได้จุดโทษถึงสองครั้งก่อนที่ เอ็นโซ เฟอร์นานเดซ จะโหม่งทำประตูชัยให้อาร์เจนตินา

ฮัมดี ฟาธี ล้มลงโดยอ้างว่าเขาถูก อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เหนี่ยวตัวไว้ ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนจากภาพรีเพลย์ ในขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รู้สึกว่าเขาถูก ฮูเลียน อัลวาเรซ ขัดขา

เหตุการณ์ที่เกิดกับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ และที่เกิดกับ ซาลาห์ มีความคล้ายคลึงกันในแง่ที่มีการสัมผัสเท้ากัน แต่ยังไม่รุนแรงพอที่จะถือเป็นจุดโทษ

อียิปต์มีโอกาสสูงกว่าที่จะไม่เสียประตูหาก ซาลาห์ อยู่นอกเขตโทษ เพราะวีเออาร์คงจะบอกว่านี่เป็นการฟาวล์เช่นเดียวกับจังหวะของมาร์ติเนซ แทนที่จะเป็นการพิจารณาว่าจะให้จุดโทษหรือไม่

ทั้งหมดนี้เป็นที่ถกเถียงกันได้หรือไม่ ? แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งนี้ไม่ใช่หลักฐานยืนยันถึงการสมคบคิดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเมสซีเลย

ฝรั่งเศสจะต้องเผชิญกับทีมผู้ตัดสินชาวอาร์เจนตินาทั้งชุด

ลองพิจารณาการแต่งตั้งทีมงานผู้ตัดสินสำหรับเกมรอบก่อนรองชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสกับโมร็อกโกในวันพฤหัสบดีนี้

นี่เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ทีมงานผู้ตัดสินในสนามทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ตัดสินหลัก ผู้ช่วยผู้ตัดสินทั้งสองคน ผู้ตัดสินที่สี่ และผู้ตัดสินสำรอง ล้วนมาจากชาติเดียวกัน ซึ่งประเทศนั้นก็คือ อาร์เจนตินา

ในการทำหน้าที่สองนัดก่อนหน้านี้ของ ฟากุนโด เตโย ผู้ตัดสินที่สี่และผู้ตัดสินสำรองมาจากซาอุดีอาระเบียและโคลอมเบียตามลำดับ

นั่นทำให้เกิดคำอธิบายว่าอาร์เจนตินาย่อมต้องการให้ฝรั่งเศสตกรอบไป เพราะฝรั่งเศสถือเป็นทีมเต็งแชมป์ของรายการนี้

นี่จะเป็นหนึ่งในเกมที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพของ เตโย ซึ่งเป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งที่สองติดต่อกันของเขา ผู้ตัดสินระดับแนวหน้าเช่นนี้ย่อมไม่ทำหน้าที่โดยปราศจากความซื่อสัตย์สุจริตอย่างถึงที่สุดแน่นอน

แต่ในเรื่องของ "ภาพลักษณ์" นั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และการแต่งตั้งทีมงานผู้ตัดสินชาวอาร์เจนตินาให้มาทำหน้าที่ในเกมที่ฝรั่งเศสลงเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศนั้น ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก

เมสซีรอดพ้นจากใบแดงและทำประตูเพิ่มได้อีก 5 ลูก

หากลองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในช่วงต้นของการแข่งขันและจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี เสี่ยงต่อการโดนใบแดง ในตอนนั้นเมสซีไม่ได้รับแม้กระทั่งใบเหลืองจากการเข้าปะทะใส่ ไอซา มานดี กัปตันทีมชาติแอลจีเรีย

ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้

โฟลาริน บาโลกัน ของสหรัฐฯ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามหลังมีการตรวจสอบผ่านวีเออาร์ในเกมที่พบกับบอสเนีย ซึ่งมีลักษณะการเข้าปะทะที่คล้ายคลึงกับกรณีของเมสซี นั่นคือทั้งคู่สัมผัสโดนบริเวณน่องส่วนบนของคู่แข่ง

เชื่อกันว่าทีมชาติสหรัฐอเมริกาได้ยกกรณีของเมสซีขึ้นมาอ้างในตอนที่พยายามยื่นอุทธรณ์เพื่อยกเลิกโทษแบนของบาโลกัน

หากเมสซีถูกไล่ออกในตอนนั้น เขาจะไม่ได้ทำสองประตูในเกมที่พบกับแอลจีเรีย และไม่ได้ทำอีกสองประตูในเกมพบกับออสเตรีย เพราะเขาจะต้องติดโทษแบน เว้นแต่ว่าฟีฟ่าจะตัดสินใจใช้กฎข้อที่ 27 ของระเบียบวินัยฟีฟ่า เช่นเดียวกับกรณีของบาโลกัน

นอกจากนี้ เมสซีก็จะไม่ได้ลงเล่นในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับจอร์แดน ซึ่งเขาสามารถทำประตูได้อีกเช่นกัน

ทั้งหมดนั้นคือ 5 จาก 8 ประตูที่เขายิงได้ในทัวร์นาเมนต์นี้

นี่ถือเป็นการได้รับการปฏิบัติแบบมีสิทธิพิเศษสำหรับเมสซีหรือไม่ ?

ประธานฟีฟ่าทำให้เมสซีได้ลงเล่นในการแข่งขันอื่นในอดีต

จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ดูเหมือนจะชื่นชอบการมีเมสซีอยู่ในทัวร์นาเมนต์ของเขา

ลองดูการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกครั้งแรก ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วในสหรัฐอเมริกา ต้องรอกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะมีการยืนยันว่าทีมใดจากประเทศเจ้าภาพจะได้เข้าร่วมการแข่งขัน

แน่นอนว่าก็น่าจะเป็นแชมป์ปี 2025 ของลีกฟุตบอลสหรัฐฯ ไม่ใช่หรือ ? เพราะท้ายที่สุดแล้ว นี่คือทัวร์นาเมนต์สำหรับทีมที่ดีที่สุดซึ่งตัดสินจากผลงานที่ชัดเจน

แต่มันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

อินเตอร์ ไมอามี เป็นผู้คว้าแชมป์ MLS Supporters' Shield ประจำปี 2024 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในลีก

แต่ทีมที่ได้ครองตำแหน่งแชมป์อย่างเป็นทางการจากการชนะรอบเพลย์ออฟคือ แอลเอ กาแล็กซี

กระนั้น อินเตอร์ ไมอามี กลับถูกเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก

นั่นทำให้เมสซีได้ลงเล่นในเกมนัดเปิดสนามที่สนามฮาร์ดร็อก สเตเดียม ของอินเตอร์ ไมอามี ในการพบกับ อัล อาห์ลี

สายการแข่งขันฟุตบอลโลกเอื้อประโยชน์ต่ออาร์เจนตินา

ฟีฟ่าได้ทำการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยแต่มีนัยสำคัญในการจับสลากฟุตบอลโลกเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดย 4 ชาติที่มีอันดับโลกของฟีฟ่าสูงสุด ซึ่งได้แก่ ฝรั่งเศส, อาร์เจนตินา, สเปน และอังกฤษ ถูกจับแยกให้อยู่คนละสายในรอบก่อนรองชนะเลิศ

หากทีมเหล่านี้สามารถเป็นแชมป์กลุ่มของตัวเองได้ ซึ่งพวกเขาทำได้สำเร็จ ก็หมายความว่าทีมเหล่านี้จะไม่สามารถโคจรมาพบกันได้จนกว่าจะถึงรอบรองชนะเลิศ

ฝรั่งเศสและสเปนถูกจัดให้อยู่ในสายเดียวกันและมีแนวโน้มที่จะพบกันในรอบรองชนะเลิศ ในขณะที่อาร์เจนตินาและอังกฤษอยู่ในอีกสายหนึ่ง

แนวคิดนี้มีไว้เพื่อจำกัดโอกาสที่จะเกิดคู่บิ๊กแมตช์ในช่วงต้นของทัวร์นาเมนต์

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ขึ้นอยู่กับว่าผลการแข่งขันในกลุ่มต่าง ๆ จะจบลงอย่างไรด้วย วิธีนี้เอื้อประโยชน์ให้กับประเทศเหล่านั้นด้วย เนื่องจากพวกเขาจะเจอกับเส้นทางที่ง่ายกว่า

ในรอบน็อกเอาต์สองรอบแรก มีเพียงแค่สองคู่เท่านั้นที่เป็นการพบกันของทีมท็อป 10 ของโลก คือ เนเธอร์แลนด์พบโมร็อกโก และ สเปนพบโปรตุเกส

ดูเหมือนว่าอาร์เจนตินาจะมีเส้นทางที่ง่ายที่สุด แม้ว่าพวกเขาจะเฉือนชนะเคปเวิร์ด (อันดับ 67 ของโลก) และอียิปต์ (อันดับ 29 ของโลก) มาได้ด้วยสกอร์ 3-2 ก็ตาม และในรอบก่อนรองชนะเลิศ พวกเขาต้องพบกับสวิตเซอร์แลนด์ (อันดับ 19 ของโลก)

ส่วนอังกฤษจะไม่ต้องเผชิญกับทีมในท็อป 10 เลยจนกว่าจะมาพบกับอาร์เจนตินาในรอบรองชนะเลิศที่อาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้พวกเขาจะต้องเอาชนะเม็กซิโก (อันดับ 14) มาได้ที่สนามอัซเตกา

ในขณะที่สเปนเอาชนะโปรตุเกส (อันดับ 5 ของโลก) ไปแล้ว และกำลังจะเล่นกับเบลเยียม (อันดับ 9 ของโลก) ส่วนฝรั่งเศสต้องพบกับโมร็อกโก (อันดับ 7 ของโลก) ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ดังนั้น อาร์เจนตินาจึงเป็นทีมที่ได้รับประโยชน์จากเส้นทางนี้มากที่สุด

ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้อาร์เจนตินาน้อยกว่าทีมอื่นจริงหรือไม่

การลงเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศมาพร้อมกับความเสี่ยง โดยมีนักเตะถึง 17 คนที่หากได้รับใบเหลืองเพิ่มจะถูกแบนห้ามลงเล่นในรอบรองชนะเลิศทันที

แต่สำหรับอาร์เจนตินาแล้วมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะมีเพียง กอนซาโล มอนเทียล คนเดียวเท่านั้นที่เสี่ยงจะพลาดเกมรอบ 4 ทีมสุดท้ายหากต้องเจอกับอังกฤษหรือนอร์เวย์

ในขณะที่ โธมัส ทูเคิล โค้ชทีมชาติอังกฤษ มีนักเตะที่ติดใบเหลืองอยู่แล้วถึง 4 คน ซึ่งรวมถึงนักเตะคนสำคัญอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม และ เดแคลน ไรซ์ ด้วย

ส่วนนอร์เวย์ ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับใบเหลืองน้อยที่สุด มีเพียง อันโตนิโอ นูซา คนเดียวเท่านั้นที่ติดใบเหลืองอยู่

หากต้องการประเมินเรื่องนี้ คุณต้องพิจารณาด้วยว่าแต่ละทีมนั้นเล่น "สกปรก" แค่ไหน จำนวนใบเหลืองสอดคล้องกับจำนวนครั้งที่ทำฟาวล์หรือไม่ ?

อาร์เจนตินาได้รับใบเหลืองทุก ๆ 19.7 ครั้งที่ทำฟาวล์

มีเพียง 3 ทีมเท่านั้น คือ สาธารณรัฐเช็ก (37.0), นอร์เวย์ (24.0) และตูนิเซีย (27.0) ที่มีอัตราส่วนการได้รับใบเหลืองต่อการทำฟาวล์สูงกว่าอาร์เจนตินา

ในบรรดาทีมที่ยังอยู่ในการแข่งขัน อังกฤษถือว่าได้รับการตัดสินที่เข้มงวดที่สุด โดยได้รับใบเหลืองทุก ๆ 7.7 ครั้งที่ทำฟาวล์

ทั้งที่อาร์เจนตินาทำฟาวล์บ่อยกว่าอังกฤษ แต่กลับได้รับใบเหลืองน้อยกว่าถึงครึ่งหนึ่ง

สิ่งนี้อาจบ่งชี้ได้ว่า อาร์เจนตินาได้รับการปฏิบัติที่ผ่อนปรนกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่พวกเขาทำฟาวล์

อาร์เจนตินายังคงได้รับลูกจุดโทษอย่างต่อเนื่อง

เมื่อตอนที่อาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2022 พวกเขาได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาด้วย

การได้รับลูกจุดโทษถึง 5 ครั้ง เป็นจำนวนที่มากที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งเคยได้รับในทัวร์นาเมนต์เดียว

และในปี 2026 นี้ พวกเขาก็ยังคงเป็นผู้นำในสถิตินี้ด้วยการได้รับลูกจุดโทษไปแล้ว 3 ครั้ง แม้ว่าเมสซีจะพลาดการยิงไปถึง 2 ครั้ง ในนัดที่พบกับออสเตรียและอียิปต์ก็ตาม

ในขณะที่ทีมชาติอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ได้รับลูกจุดโทษไปทีมละ 2 ครั้ง ส่วนเบลเยียม, ฝรั่งเศส และนอร์เวย์ ได้รับทีมละ 1 ครั้ง