ส่องภารกิจรักเกาหลีใต้ พระสงฆ์เปิดค่ายนัดเดตในวัด หวังช่วยกอบกู้ชาติสู้วิกฤตเด็กเกิดน้อย

    • Author, เจค ควอน
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำกรุงโซล, เกาหลีใต้
    • Reporting from, วัดดงฮวาซา
  • Published
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

ที่วัดดงฮวาซา พระภิกษุรูปหนึ่งในจีวรสีส้มไหม้ยืนหันหน้าคุยกับหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง พระรูปนั้นบอกพวกเขาว่า พวกเขามาที่นี่เพื่อทำภารกิจกู้ชาติ ด้วยการหาคู่ครองและมีลูกในสักวันหนึ่ง

หนุ่มสาวที่เข้าร่วมภารกิจนี้ต่างหัวเราะคิกคักกันอย่างประหม่าพลางแอบมองคนที่พวกเขาหมายปองไปด้วย

นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของรายการเรียลลิตี้ดัง แต่เป็นการเข้าค่ายหาคู่ในชีวิตจริงที่จัดขึ้นในวัดพุทธที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของภูเขาพัลกงซานในเกาหลีใต้

นี่เป็นการเข้าร่วมที่ต้องใช้เวลา 30 ชั่วโมงโดยมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงเวลาที่น่ากระอักกระอ่วนใจมากมาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทำลายกำแพงความเขินอายและค้นหาความรัก

"ชาวพุทธมักจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ลงมือช่วยเหลือเมื่อประเทศของเราตกอยู่ในอันตราย" ยู ชอล-จู พิธีกรกล่าว โดยอ้างถึงช่วงเวลาที่วัดดงฮวาซาเคยเป็นค่ายของกองกำลังพระสงฆ์ที่ปกป้องเกาหลีจากการรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงปี 1500

แต่ครั้งนี้ภัยคุกคามนั้นไม่ได้มาจากต่างประเทศ

ยูพูดต่อว่า "อัตราการเกิดต่ำเป็นวิกฤตระดับชาติ เราต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้"

เช่นเดียวกับในหลายพื้นที่ทั่วโลก อัตราการเกิดในเกาหลีใต้ลดลงอย่างฮวบฮาบ ขณะที่ประเทศมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

ในปี 2023 อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate) หรือจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยที่ผู้หญิงเกาหลีใต้มีตลอดช่วงชีวิตของตน ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.72 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับที่จะรักษาสมดุลของประชากร (replacement rate) ที่ 2.1 อย่างมาก

บางคนมองว่าสาเหตุมาจากราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้นและการขาดแคลนเงินสนับสนุนสำหรับการเลี้ยงดูบุตร ในขณะที่บางส่วนมองว่าผู้หญิงหันมาให้ความสำคัญกับหน้าที่การงาน หรือเพียงแค่เลือกตัดสินใจด้วยตนเองตามค่านิยมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาหลายฉบับยังชี้ให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลาออกไปข้างนอกและออกเดตกันน้อยลงกว่าแต่ก่อน แม้บางคนจะเลือกครองตัวเป็นโสด แต่หลายคนก็ประสบปัญหาในการหาคู่ครอง ซึ่งส่งผลให้อัตราการแต่งงานลดต่ำลง

ด้านภาครัฐได้เริ่มดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น การขยายเวลาลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร การมอบเงินโบนัสสำหรับเด็กแรกเกิด และการจัดหาที่พักอาศัยราคาพิเศษสำหรับคู่แต่งงานใหม่

นอกจากนี้ หน่วยงานท้องถิ่นและกลุ่มภาคประชาสังคมยังได้เพิ่มความพยายามมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการจัดกิจกรรมจับคู่ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างเช่น กิจกรรมที่วัดดงฮวาซาแห่งนี้ และกิจกรรมเหล่านี้ก็มีความสนุกสนานมากกว่าที่คุณอาจคาดคิดไว้เสียอีก

คิม อา-คยอง หรือที่รู้จักกันในชื่อทางธรรมว่า "ซุนฮเยจี" เป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึง

หญิงสาววัย 28 ปีผู้มีนิสัยร่าเริงสดใสคนนี้นั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านพักภายในบริเวณวัด พร้อมกับเอ่ยทักทายหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่ทยอยเดินเข้ามาในห้อง

พวกเธอทุกคนผ่านกระบวนการคัดเลือกที่มีการแข่งขันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำแบบสอบถามและการถ่ายวิดีโอเซลฟี่เพื่อประเมินความมุ่งมั่นจริงจังที่มีต่อเรื่องการแต่งงานและการมีบุตร พวกเธอสามารถเอาชนะผู้สมัครคนอื่น ๆ อีกกว่า 1,580 คน จนได้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายนี้ ซึ่งเปิดกว้างสำหรับทุกคนโดยไม่จำกัดความเชื่อทางศาสนา

ซุนฮเยจีประสบปัญหาในการหาคู่ที่เหมาะสมหลังจากย้ายออกจากเขตโซลเพื่อไปทำงานออฟฟิศในจังหวัดทางตะวันออกเฉียงใต้

"แทบไม่มีโอกาสได้พบเจอผู้ชายเลยค่ะ" เธอกล่าว "ชีวิตวนเวียนอยู่แค่ระหว่างที่ทำงานกับบ้านเท่านั้น ฉันไม่มีงานอดิเรกเลย เคยพยายามจะหางานอดิเรกทำดูเหมือนกัน แต่กิจกรรมส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบทำคนเดียว" ซุนฮเยจีกล่าว ก่อนเสริมว่าที่ทำงานของเธอ เพื่อนร่วมงานทุกคนล้วนมีอายุมากกว่าเธอมาก

การออกเดตอาจเป็นเรื่องยากในเกาหลีใต้

โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนมักพบเจอกับคู่รักผ่านทางโรงเรียน ที่ทำงาน หรือการนัดบอดที่เพื่อนหรือครอบครัวจัดให้ หากไม่เป็นเช่นนั้น การพูดคุยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเมืองใหญ่ก็หาได้ยาก การดื่มสุราลดลง แอปพลิเคชันหาคู่ไม่เคยได้รับความนิยมเท่าใดนัก ในปี 2015 หลังจากที่การเติบโตหยุดชะงักมาหลายปี ทินเดอร์ (Tinder) จึงเริ่มทำการตลาดตัวเองในฐานะแอปฯ หาเพื่อนเพื่อดึงดูดคนหนุ่มสาวให้เข้ามาใช้งานมากขึ้น

ควอน ซึง-โอ อายุ 30 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอนโย รู้สึกไม่ชอบใจกับการพบปะกับคนแปลกหน้าทางออนไลน์มาโดยตลอด

เพื่อน ๆ ของเขาจัดให้เขาไปนัดบอดประมาณ 10 ครั้ง แต่เขาพบว่าทั้งหมดเป็นการปฏิสัมพันธ์ที่ผิวเผินและไม่เคยพัฒนาไปไหน และ 97% ของเพื่อนร่วมงานของเขาในโรงงานผลิตนมขนาดใหญ่นอกเมืองแทกูเป็นผู้ชาย

แล้วตอนนี้ เขาก็มาอยู่ที่วัดดงฮวาซาเช่นกัน

ความสุภาพอ่อนโยนปรากฏให้เห็นตั้งแต่ก่อนเริ่มวันใหม่เสียอีก

เมื่อเหล่าหญิงสาวเดินทางมาถึงบริเวณวัด ชายหนุ่มที่หมายปองก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับและเสนอตัวช่วยยกกระเป๋าไปที่ห้องพัก

เอนโยตั้งใจแน่วแน่ที่จะหาคู่ให้ได้ ระหว่างทำกิจกรรมแรกของวันซึ่งเป็นรอบแนะนำตัว เขาแจกขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสที่เขาอบเอง ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ร่วมกิจกรรม

จากนั้นก็ถึงเวลาออกเดตครั้งแรก ซุนฮเยจีได้จับคู่กับมินโฮ ข้าราชการวัย 32 ปี ผู้มีอุปนิสัยสุภาพเรียบร้อย ทั้งสองเดินเล่นไปตามทางเดินในป่ารอบ ๆ วัด และได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

ต่อมาฝ่ายชายได้รับโจทย์ให้มอบดอกกุหลาบพลาสติกแก่หญิงสาวที่ตนอยากทำความรู้จักในช่วงมื้อกลางวัน มินโฮเลือกรูบี้ ดีไซเนอร์วัย 28 ปี ผู้มีบุคลิกอ่อนโยนเข้ากันได้ดีกับตัวเขา

บรรยากาศระหว่างการรับประทานอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สุภาพและเสียงหัวเราะเบา ๆ ทั้งคู่ได้เรียนรู้เรื่องราวของกันและกัน ทั้งงานอดิเรก อาชีพ และรายการโปรด บทสนทนาดำเนินไปอย่างลื่นไหลและดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มเปิดใจเข้าหากันมากขึ้น

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เราจะเห็นพวกเขาขยับตัวเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมในขณะที่มารวมตัวกันที่อ่างล้างจานเพื่อช่วยกันล้างจาน

ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดและทุลักทุเลที่สุดของวัน นั่นคือ ช่วงการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ

มินโฮเริ่มก่อน เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังขณะนึกถึงท่าเต้นเพลง "มาย เฮาส์" (My House) ของวงทูพีเอ็ม (2Pm) ที่มีท่อนฮุคโด่งดังว่า "ฉันอยากพาเธอไปบ้านของฉัน"

ซุนฮเยจีเต้นอย่างคล่องแคล่วไปกับเพลงป็อปฮิตใหม่ล่าสุด "แคทช์ แคทช์ (Catch Catch) ขณะที่เอนโยร้องเพลงบัลลาดอย่างสุดเสียง รูบี้โชว์ทักษะภาษาสเปนด้วยการแนะนำตัวที่ตะกุกตะกักแต่ก็ทำให้มินโฮหลงเสน่ห์ ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบฟลุตออกมาเป่าเพลงจากแอนิเมชัน เรื่อง "เคป็อป เดมอน ฮันเตอร์ส (KPop Demon Hunters)" หรือ เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่มีอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเหนื่อยล้า

มีเวลาพักเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะเริ่มรอบสปีดเดตติ้งพร้อมจิบชาเขียว (ซึ่งไม่มีใครดื่มจริง ๆ)

หลังจากนั้น ก็ถึงตาของสาว ๆ ที่จะเลือกหนุ่มไปเดตในช่วงมื้อค่ำ

ซุนฮเยจีมอบดอกกุหลาบให้มินโฮ สร้างความไม่พอใจให้รูบี้เป็นอย่างมาก ส่วนเอนโยนั้นไม่มีสาวคนไหนเลือก และสุดท้ายก็ต้องไปกินอาหารเย็นกับคนอื่น ๆ ที่ยังไม่มีคู่

ในท้ายสุด พระภิกษุอาวุโสรูปหนึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจ เตือนผู้เข้าร่วมงานถึงหน้าที่ในการให้กำเนิดทายาทก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงชาติ เพื่อเป็นกิจกรรมปิดท้ายของวัน

เหล่าคนโสดที่ห่วงใยเรื่องความรักมากกว่าหน้าที่ต่อชาติ ต่างพึมพำร้องเพลงออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

ที่ผ่านมาทางการเกาหลีใต้ได้จัดกิจกรรมจับคู่หนุ่มสาวมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่กิจกรรมเวิร์กช็อปงานไม้ไปจนถึงปาร์ตี้ริมน้ำที่มีดีเจมาเปิดเพลง

แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ควบคู่ไปกับโครงการกระตุ้นการมีบุตรของรัฐบาล ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้วราว 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.32 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่ปี 2006 แต่อัตราการเกิดก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

จนกระทั่งในปี 2024 ตัวเลขดังกล่าวจึงเริ่มขยับขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ผู้หญิงจะมีบุตรเฉลี่ยคนละ 1.0 คน เพิ่มขึ้นจากระดับ 0.8 คนในปี 2025

ยังไม่มีความชัดเจนว่านี่เป็นผลโดยตรงจากมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เจ้าหน้าที่ต่างระมัดระวังในการอธิบายว่าโครงการนี้เป็นผลมาจากการที่การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทำให้การแต่งงานและการมีบุตรต้องล่าช้าออกไป ประกอบกับประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นลูกของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers) ได้ก้าวเข้าสู่วัยที่พร้อมจะมีบุตรของตัวเองแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ผลสำรวจเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าคนที่ยังไม่ได้แต่งงานมีมุมมองเชิงบวกต่อการแต่งงานและการมีบุตรเพิ่มขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับเมื่อสองปีก่อนหน้านี้

เรื่องนี้สอดคล้องกับความรู้สึกของหญิงสาวบางคนที่วัด ซึ่งกล่าวว่าพวกเธอเห็นโพสต์ในโซเชียลมีเดียของเพื่อน ๆ ที่แต่งงานและมีลูกกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

มาถึงจุดนี้ของค่ำคืน เหลือการเดตรอบสุดท้ายแล้ว พลังงานทางสังคมของกลุ่มก็เริ่มหมดลง

ยู ผู้เป็นเจ้าภาพ ยังยืนยันว่ายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะหาคู่

เขาเสริมว่า เวลาเข้านอน 22.00 น. เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้น ค่ำคืนนี้อาจ "เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์"

ราวกับจะพิสูจน์ว่าเขาพูดถูก พนักงานจัดงานคนหนึ่งลองเสี่ยงกับผู้เข้าร่วมงานคนหนึ่ง เธอสารภาพว่ามีแฟนแล้ว แต่บอกว่าความสัมพันธ์นั้นคงจบลงอยู่ดี

ในที่สุด รูบี้ก็ออกไปเดินเล่นกับมินโฮ ส่วนซุนฮเยจีนั้นดูเหนื่อยล้า

เอนโยและคนอื่น ๆ ที่หาคู่ไม่ได้ ก็ทยอยกันออกไปทีละคน

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนต่างพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานขณะส่งข้อความแจ้งการตัดสินใจครั้งสุดท้ายให้กับยู

เมื่อกิจกรรมสิ้นสุดลง มีการเลือกคู่กันได้ 8 คู่ ซึ่งรวมถึงคู่ระหว่างทีมงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย จากนั้นทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

เอนโยมองดูภาพบรรยากาศด้วยความรู้สึกผิดหวังที่ตัวเขาเองไม่มีคู่ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขากล่าวว่าพร้อมจะกลับมาร่วมกิจกรรมนี้อีกครั้ง "ถ้าพวกเขาอนุญาตให้ผมเข้าร่วมได้นะ"

ซุนฮเยจีกลับมามีสีหน้าสดใสอีกครั้ง หลังจากที่เธออยู่คุยสัพเพเหระกับสาว ๆ คนอื่นในห้องพักจนถึงตี 3 "ฉันได้เพื่อนใหม่ตั้งหลายคนค่ะ" เธอพูดด้วยความตื่นเต้น พร้อมเสริมว่าพวกเธอกำลังวางแผนจะนัดไปรับประทานอาหารมื้อสายด้วยกันแล้ว

สำหรับเธอแล้ว ประสบการณ์ครั้งนี้เปรียบเสมือนการค้างแรมกับเพื่อนฝูงที่แสนสนุก ซึ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง กล้าที่จะทำอะไรตามใจและตัดสินใจทำในสิ่งที่กล้าหาญ

เหล่าชายหนุ่มโสดต่างก็เห็นด้วย พวกเขายังคงนัดพบปะสังสรรค์กันต่อ เพียงแต่คราวนี้จะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเนื้อย่างอยู่บนโต๊ะอาหารด้วย

ท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะได้คู่รักกลับไปจากวัดแห่งนี้

แต่เกือบทุกคนต่างได้รับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือมิตรภาพใหม่ ๆ และความมั่นใจที่เพิ่มพูนขึ้น