เรารู้อะไรแล้วบ้าง หลังอิสราเอลโต้กลับอิหร่านที่เปิดฉากโจมตีเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

Published
เวลาอ่าน: 6 นาที

เมื่อเวลาประมาณ 22.22 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาหรือตรงกับเวลาประมาณ 02.22 น. ของวันที่ 8 มิ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces - IDF) เปิดเผยว่าได้ดำเนินปฏิบัติการสกัดกั้นคลื่นการโจมตีโดยขีปนาวุธระลอกใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล พร้อมระบุว่ามีการเปิดสัญญาณเตือนภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ไม่นานหลังจากนั้น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า "หน่วยขีปนาวุธและโดรนของเราได้เปิดฉากโจมตีอย่างเป็นระบบและเข้มข้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ใจกลางเมืองทางตอนเหนือ" ของอิสราเอล

กองกำลัง IRGC ระบุเพิ่มเติมว่า "ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่เหตุการณ์โจมตีครั้งเดียวจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม" พร้อมชี้ว่า "การโจมตีโดยขีปนาวุธและโดรนจะถูกปล่อยออกมาตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน จนกว่าศัตรูจะยอมถอยและหยุดก่อเหตุ"

แถลงการณ์ยังเตือนอีกด้วยว่า "การโจมตีใด ๆ ต่อดินแดนอิหร่านจะได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงและเกินกว่าที่จะคาดหมายได้"

ภายในเวลาราว 20 นาที หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ กองทัพอากาศอิสราเอลแถลงว่าสามารถสกัดกั้น "ขีปนาวุธทั้งหมดที่อิหร่านยิงมาจนถึงขณะนี้" ได้สำเร็จ พร้อมเผยว่าตรวจพบ "การยิงเพิ่มเติม" และกำลัง "ติดตามและสกัดกั้นภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง"

อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล โพสต์ข้อความสั้นเป็นภาษาฮีบรูบนบัญชีเอ็กซ์ว่า "คืนนี้เตหะรานต้องถูกเผา!"

ขณะที่พลจัตวา เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลัง IDF กล่าวในการแถลงข่าวเป็นภาษาฮีบรูว่า อิหร่าน "ทำผิดพลาดครั้งใหญ่" และยืนยันว่ากองทัพอิสราเอล "จะไม่ยอมให้มีการยิงต่อเนื่อง" จากอิหร่านมายังพลเมืองอิสราเอล และระบุว่าอิสราเอล "เตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะมีการยิงโจมตีเพิ่มเติม"

เขาเสริมว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ถูกวางกำลังครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ" และเสนาธิการทหารสูงสุดกำลังประชุม "ประเมินสถานการณ์" อยู่ในขณะนี้

โฆษกกองกำลัง IDF ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "IDF จะปฏิบัติการต่อเนื่องในเลบานอน และจะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีองค์กรก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์"

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาออกมาเรียกร้องให้อิหร่านหันกลับมาสู่โต๊ะเจรจา โดยผู้สื่อข่าวของฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) รายงานคำพูดของทรัมป์ว่า "คุณยิงขีปนาวุธไปแล้ว พอได้แล้ว กลับมาที่โต๊ะแล้วทำข้อตกลงกันเถอะ"

ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแอ็กซิออส (Axios) ทรัมป์เผยในขณะนั้นว่าจะโทรหานายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเพื่อบอก "อย่าตอบโต้"

โดยข้อความที่สำนักข่าวแห่งนี้ระบุถึงข้อความดังกล่าวของทรัมป์คือ "ผมจะโทรหาบีบี (เนทันยาฮู) ตอนนี้เลย และบอกให้เขาอย่าตอบโต้ ต่างฝ่ายต่างสนุกกันไปแล้ว อิสราเอลได้โจมตี อิหร่านก็ได้โจมตี ไม่จำเป็นต้องมีอีกรอบ"

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า "เราใกล้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่านมากแล้ว มันจะเป็นข้อตกลงที่ดี ผมไม่อยากให้มันพังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้"

เขายังเตือนว่าหากอิสราเอลโจมตีตอบโต้ ความขัดแย้งจะยืดเยื้อต่อไปอีก "47 ปี หรือ 3,000 ปีที่ผ่านมา"

ล่าสุด บารัก ราวิด นักข่าวของ Axios โพสต์บนเอ็กซ์ โดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าทรัมป์ได้โทรศัพท์หาเนทันยาฮูแล้ว

จุดเริ่มต้นเกิดจากอะไร ?

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลได้โจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งนับเป็นการโจมตีเมืองหลวงของประเทศเลบานอนครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มีรายงานการโจมตีทางอากาศสองครั้งใส่อาคารอะพาร์ตเมนต์สองหลังในฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงผู้หญิงและเด็ก ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน

ด้านนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูระบุว่า อิสราเอลโจมตี "กองบัญชาการก่อการร้ายในย่านดาฮิเยห์ของกรุงเบรุต เพื่อตอบโต้การยิงของฮิซบอลเลาะห์ใส่ดินแดนอิสราเอล"

ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยืนยันว่าได้ยิงใส่ตำแหน่งทางทหารของอิสราเอลจริง

เซบาสเตียน อัชเชอร์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ประจำนครเยรูซาเลม ของบีบีซีวิเคราะห์ว่า ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ต่อปฏิบัติการของอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ทันทีที่เนทันยาฮูเปิดไฟเขียวให้กองทัพอิสราเอลโจมตีไปยังชานกรุงเบรุตตอนใต้อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านก็ขู่ทันทีว่าจะโจมตีทางตอนเหนือของอิสราเอลหากเกิดเหตุดังกล่าว

อัชเชอร์ วิเคราะห์ต่อไปว่า เมื่อทรัมป์เห็นแล้วว่าอาจเกิดการยกระดับความขัดแย้งรอบใหม่ในเลบานอน เขาก็สั่งเนทันยาฮูด้วยภาษาที่แข็งกร้าวที่สุดให้ยั้งมือ เพราะกลัวว่าการโต้กลับจะทำลายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เปราะบางอยู่แล้ว

ฝั่งเนทันยาฮูยินยอม แต่มีเงื่อนไขว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องหยุดยิงจรวดเข้าทางตอนเหนือของอิสราเอล จากนั้นจึงมีการตกลงหยุดยิงใหม่อย่างหลวม ๆ ระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอน ภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็ดูเหมือนไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ และขณะนี้ดูเหมือนจะล่มไปแล้ว

ฝั่งอิหร่านนั้น นักวิเคราะห์ของบีบีซีประจำนครเยรูซาเลม บอกว่าพวกเขาทำตามที่ขู่ไว้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มอิสราเอล แม้มีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าการโจมตีรอบนี้อาจมีจุดประสงค์เพื่อ "เตือน" มากกว่าจะเป็นการโจมตีเต็มรูปแบบ

อัชเชอร์ชี้ว่า ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตอบสนองของอิสราเอล

การโจมตีโต้ตอบกันไปมาอาจจุดชนวนสงครามกับอิหร่านขึ้นมาอีกครั้งได้ ขณะที่ปฏิกิริยาของทรัมป์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งในขณะนี้เขายังคงพยายามคลี่คลายสถานการณ์อยู่

ทว่าสิ่งที่ชัดเจนขึ้นจากเหตุการณ์ล่าสุดนี้คือ ความขัดแย้งในเลบานอนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของความขัดแย้งในวงกว้าง

เกิดคำถามต่ออิทธิพลที่จำกัดของสหรัฐฯ

จอห์น ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งรายงานจากกรุงเบรุต ระบุว่าเมืองหลวงแห่งนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิทางภูมิรัฐศาสตร์ในแบบเฉพาะของตัวเองแล้วท่ามกลางความขัดแย้งอิสราเอล-เลบานอนในวงกว้าง

แม้ในหลายแง่มุม สิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเบรุตยังเทียบไม่ได้กับการสู้รบในเลบานอนตอนใต้ ซึ่งอิสราเอลยังคงปฏิบัติการภาคพื้นดินและทิ้งระเบิดทางอากาศอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กรุงเบรุตถูกปฏิบัติแตกต่างออกไปด้วยเหตุผลทางการเมือง

ซัดเวิร์ธ ชี้ว่า แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีการโจมตีหนึ่งหรือสองครั้งต่อเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ก็รู้สึกได้ว่าแรงกดดันของสหรัฐฯ ช่วยยับยั้งการโจมตีของอิสราเอลต่อเมืองหลวงแห่งนี้ได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ซัดเวิร์ธ ชี้ว่า ดูเหมือนว่าผลของแรงกดดันจากสหรัฐฯ นั้นหมดลงไปแล้ว ซึ่งหลักฐานเห็นได้จากภาพความเสียหายอย่างหนักของอาคารอะพาร์ตเมนต์และผู้บาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน รวมไปถึงคำเตือนจาก กองกำลัง IDF ที่บอกว่าการโจมตีจะมีต่ออีก

โฆษกคนหนึ่งของกองกำลัง IDF โพสต์บนเอ็กซ์ว่า "ยังมีต่อ"

อิสราเอลระบุว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดนมาสองลูกก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน และฮิซบอลเลาะห์ก็รับผิดชอบในภายหลัง

จากมุมมองของอิสราเอล ซัดเวิร์ธ ชี้ว่า พวกเขาหมดความอดทนแล้วแม้จะถูกสหรัฐฯ กดดันก็ตาม

อิสราเอลยืนยันมาตลอดว่าตนเองมีสิทธิโจมตีกรุงเบรุตหากเห็นว่าจำเป็นต่อความมั่นคง

ทว่าการโจมตีครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าเหตุการณ์จะเกิดการบานปลายตามที่หลายฝ่ายเคยเตือนไว้

ซัดเวิร์ธ เสริมว่า เหตุการณ์ยิ่งน่ากังวลขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานจากกรุงวอชิงตันว่า ทรัมป์ไม่ได้อนุมัติการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งตอกย้ำถึงขีดจำกัดอิทธิพลของสหรัฐฯ ที่มีต่ออิสราเอล และตัวเลือกที่แคบลงเรื่อย ๆ สำหรับมหาอำนาจที่พยายามถอนตัวออกจากสงครามที่ตัวเองเริ่มต้นด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อสามเดือนก่อน