เลสเตอร์ซิตีเล็งหานักลงทุนใหม่ จ่อขายทีมในราคากว่า 8.9 พันล้านบาท หลังคิง เพาเวอร์ เจ้าของคนไทยถือครองมากว่า 16 ปี

    • Author, แอนดรูว์ อโลเอีย
    • Role, บีบีซี สปอร์ต อีสต์มิดแลนด์ส
    • Author, นิค มาชิเตอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวฟุตบอล
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

เลสเตอร์ซิตีกำลังมองหาผู้ซื้อสโมสรฟุตบอลในราคามากกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 8,900 ล้านบาท) โดยคิง เพาเวอร์ เจ้าของชาวไทย พร้อมที่จะยุติบทบาทหลังถือครองสโมสรแห่งนี้มานาน 16 ปี

ทีม "จิ้งจอกสยาม" ได้จัดทำเอกสารนำเสนอข้อมูลการขายความยาว 8 หน้าขึ้นมา โดยมี ซิตีกรุ๊ป (Citigroup) วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการเพื่อช่วยในการขายเพื่อช่วยขายอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมนี้

ซิตีกรุ๊ประบุในเอกสารว่า ทั้งทีมจิ้งจอกสยาม และทีมฟุตบอลหญิงของสโมสร รวมถึงสินทรัพย์สำคัญอื่น ๆ เช่น สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ความจุ 32,000 ที่นั่ง และศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟ ซึ่งเปิดใช้งานในปี 2020 และมีมูลค่า 121 ล้านปอนด์ (5,324 ล้านบาท) ตลอดจนสโมสรโอเอช ลูเวิน สโมสรพันธมิตรของเลสเตอร์ในเบลเยียม ล้วนถูกนำเสนอขายในโบรชัวร์ที่ใช้ชื่อว่า "โปรเจกต์ ไลน์อัพ" (Project Lineup)

จากเอกสารที่บีบีซีสปอร์ตได้เห็นนี้ยังระบุว่า สินทรัพย์ที่จับต้องได้ของสโมสรมีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 8,900 ล้านบาท) แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขเฉพาะสำหรับการขายทีมที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ก็ตาม

โบรชัวร์ดังกล่าวระบุว่า นี่คือ "โอกาสที่หาได้ยากในการเข้าซื้อสโมสรที่มีประวัติอันยอดเยี่ยมในการเลื่อนชั้นสู่ลีกระดับสูงกว่า"

ความสำเร็จของเลสเตอร์ รวมถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2016 ด้วยอัตราต่อรอง 5,000 ต่อ 1 และการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในอีก 5 ปีต่อมา ถูกนำเสนออย่างโดดเด่นในโบรชัวร์ ขณะที่การอยู่ในลีกวัน (League One) หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนชิปติดต่อกัน กลับไม่ได้รับการกล่าวถึง

รายได้ของสโมสรซึ่งซิตีกรุ๊ปคาดการณ์ว่าจะมากกว่า 97 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,268 ล้านบาท) ในปีงบประมาณการเงิน 2026 ก็ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายเช่นกัน แต่ช่วงหลายปีที่ขาดทุนทางการเงินและภาระหนี้ของสโมสร ซึ่งตามงบการเงินปี 2025 ระบุว่ารวมถึงเงินกู้จากธนาคาร 103.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,558 ล้านบาท) กลับไม่ได้ถูกกล่าวถึง

ในช่วงหลายปีที่สโมสรสลับขึ้นลงระหว่างพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนชิป โดยตกชั้นจากลีกสูงสุด 2 ครั้งในรอบ 3 ปี ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 สโมสรขาดทุนรวมมากกว่า 180 ล้านปอนด์ (ราว 7,920 ล้านบาท)

คิง เพาเวอร์ ซึ่งบริหารโดยครอบครัวศรีวัฒนประภา เข้าซื้อสโมสรเลสเตอร์ด้วยมูลค่า 35 ล้านปอนด์จากมิลาน มันดาริช ในปี 2010

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา หรือ "ต๊อบ" ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรในปัจจุบัน หลังจากนายวิชัยผู้เป็นบิดา เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกนอกสนามแข่งขันในปี 2018

ความพยายามในการนำสโมสรซึ่งปัจจุบันอยู่ในลีกระดับสามออกขาย ถูกรายงานเป็นครั้งแรกโดยไฟแนนเชียลไทมส์ เมื่อเดือน ก.ค. แต่โบรชัวร์นำเสนอการขายที่กำลังถูกส่งต่อให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพในขณะนี้ ถือเป็นการยืนยันต่อสาธารณะว่ากำลังมีการแสวงหานักลงทุนรายใหม่

กระบวนการขายสโมสรเกิดขึ้นเพียง 8 เดือนหลังจากที่นายอัยยวัฒน์กล่าวว่าตนเองขอรับผิดชอบต่อความตกต่ำของสโมสรอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

มีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลที่ไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้มีการขายสโมสร โดยการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นบริเวณนอกสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม หลังการตกชั้นจากแชมเปียนชิปได้รับการยืนยันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ปัญหาของเลสเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ธุรกิจค้าปลอดภาษีคิง เพาเวอร์ ในประเทศไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสโมสรนับตั้งแต่ครอบครัวศรีวัฒนประภาเข้าซื้อทีมฟุตบอลดังกล่าว ก็เผชิญกับความยากลำบากทางการเงินเช่นกัน

แม้สโมสรจะมีปัญหาต่าง ๆ แต่เลสเตอร์ซิตีถูกนำเสนอขายในฐานะ 1ในเพียง 5 สโมสรที่คว้าแชมป์รายการสำคัญของอังกฤษครบทั้ง 3 รายการ ได้แก่ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, และลีกคัพ นับตั้งแต่ปี 2000

เอกสารดังกล่าวยังกล่าวถึงศักยภาพของอะคาเดมี (academy) หรือสถาบันฝึกนักเตะของสโมสร โดยระบุว่าทีมจิ้งจอกสยามมี "ระบบการพัฒนานักเตะที่มีพรสวรรค์สูง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานจากระบบแมวมองชั้นนำ การบริหารจัดการการย้ายทีมเชิงรุก และระบบอะคาเดมีที่พัฒนาอย่างมาก ซึ่งผลิตนักเตะชั้นนำได้อย่างต่อเนื่อง"

เลสเตอร์ขายเจเรมี มองก้า นักเตะที่เติบโตจากอะคาเดมีของสโมสร ให้แก่แมนเชสเตอร์ซิตีด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ (ราว 44 ล้านบาท) เมื่อเดือนที่แล้ว

เลสเตอร์ซึ่งตกชั้นสู่ลีกวันเป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในลีกระดับสามภายใต้การคุมทีมของรัสเซลล์ มาร์ติน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ด้วยการบุกไปเยือนน็อตส์เคาน์ตี ในวันเสาร์นี้ (15 ส.ค.)

เลสเตอร์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับโบรชัวร์การขายสโมสร เมื่อได้รับการติดต่อจากบีบีซีสปอร์ต

ใครบ้างที่ต้องการซื้อทีมจิ้งจอกสยาม

บทวิเคราะห์จากโอวินน์ พาลเมอร์-แอตคิน ผู้สื่อข่าวบีบีซีเรดิโอ เลสเตอร์ บอกว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แฟนบอลเลสเตอร์ซิตีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกร้องให้คิง เพาเวอร์ ขายสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ และในตอนนี้ ดูเหมือนว่าความปรารถนาของพวกเขาเริ่มมีเค้าลางจะเป็นจริงแล้ว

แม้สโมสรจะประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อราวเทพนิยาย แต่ความตกต่ำที่เกิดขึ้นที่คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ตลอดช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

คิง เพาเวอร์ ได้เปลี่ยนแปลงความมุ่งหวัง ความคาดหวัง และนิยามของความสำเร็จของเลสเตอร์ซิตี และในเวลานี้ พวกเขาย่อมต้องถูกตัดสินด้วยมาตรฐานเดียวกัน

สโมสรมีสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างชัดเจน แต่จากการที่ทีมตกลงมาอยู่ในอันดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ในตอนนี้ การพาทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีกจะต้องใช้เวลา ความพยายาม และเงินทุนจำนวนมหาศาล

คำถามในตอนนี้ก็คือ ใครกันที่ต้องการซื้อเลสเตอร์ซิตี ?