You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
คู่รักทำข้าวกลางวันไปกินเองทุกวันเป็นเวลา 10 ปี เกษียณจากงานได้ก่อนเข้าวัย 40
- Author, อลิซ แคนเตอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ บีบีซี
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
ในทุก ๆ ฤดูหนาว อลัน และ เคท โดนีแกน จะหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องทำความร้อนในบ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษ
"เราใส่เสื้อผ้าหลายชั้นและใช้ขวดน้ำร้อนแทน เราเปลี่ยนมันให้เป็นเกม" อลันกล่าวและเสริมว่า "มันไม่ใช่ความทุกข์ แต่มันคือกลยุทธ์"
แม้ทั้งคู่ยอมรับว่าคนอื่นมองว่าพวกเขา "สุดโต่ง" หรือ "บ้า" ที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดเงินมากขนาดนั้น แต่อลันอธิบายว่าพวกเขากำลัง "มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการซื้ออิสรภาพ"
คำว่า "อิสรภาพ" ในที่นี้หมายถึงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งสองสามีภรรยาโดนีแกนสามารถทำได้สำเร็จเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่อลันอายุ 40 ปี และเคทีอายุแค่ 35 ปี
ทั้งสองแทบไม่เคยซื้ออาหารนอกบ้านเลย และมักจะห่อข้าวกลางวันไปกินที่ทำงานเสมอ "เรามีเงินเก็บมากกว่าเดิม 40,000 ปอนด์ (ราว 1.8 ล้านบาท) ในช่วงเวลา 10 ปี จากแค่การทำอาหารกลางวันไปทานเอง" อลันกล่าว
"เราถึงกับชาร์จโทรศัพท์มือถือตอนออกไปข้างนอก แล้วก็เดินหาบัตรกำนัลของเนคตาร์ (Nectar) ที่ถูกทิ้งไว้ คุณจะเรียกมันว่าบ้าหรืออัจฉริยะก็ได้ แต่มันได้ผล"
อลันเคยทำงานเป็นนักจัดสวนก่อนที่จะมาทำธุรกิจฝึกอบรมและไลฟ์โค้ช ส่วนเคทีเคยเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยซึ่งทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงให้กับบริษัทการเงินแห่งหนึ่ง ในปี 2014 อลันมีรายได้ประมาณ 63,000 ปอนด์ต่อปี (ราว 2.8 ล้านบาท) ในขณะที่เคทีมีรายได้ 58,000 ปอนด์ (ราว 2.6 ล้านบาท)
นอกเหนือจากรายได้ที่ดีแล้ว นิสัยการประหยัดสุดขั้วยังทำให้พวกเขาสามารถเกษียณอายุก่อนกำหนดได้ โดยพวกเขาได้นำเงินเท่าที่จะสามารถเจียดมาได้ไปลงทุนทั้งหมด
"ทุก ๆ หนึ่งปอนด์ที่เราลงทุนคืออีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้ชีวิตที่เราต้องการ" เคทีกล่าว
พวกเขาลาออกจากงานหลังจากที่มีเงินเก็บถึง 1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 45 ล้านบาท)
อลันและเคทีเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเคลื่อนไหวระดับโลกกลุ่มเล็ก ๆ แต่กำลังเติบโต ที่เรียกว่า FIRE ซึ่งย่อมาจากคำว่า Financially Independent, Retire Early นี่อาจแปลเป็นไทยได้ว่า "การมีอิสรภาพทางการเงิน เกษียณเร็วกว่ากำหนด"
จากแนวคิดที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเมื่อ 15 ปีก่อน ปัจจุบันกลุ่มนี้มีสมาชิกเกือบหนึ่งล้านคนบนหน้าสนทนาหลักของ FIRE บนโซเชียลมีเดียอย่าง เรดดิท (Reddit) และสถาบันการเงินกระแสหลักต่างก็ตีพิมพ์คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับหัวข้อนี้
หลักการสำคัญคือคุณต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออมสุดขีดในช่วงวัยทำงาน เพื่อให้สามารถเกษียณอายุได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ การสามารถลาออกจากชีวิตการทำงานก่อนกำหนดเป็นเพียงความฝัน หากพิจารณาค่าครองชีพที่สูงในปัจจุบัน ไปจนถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นและหนี้เพื่อการศึกษา ทั้งหมดนี้ทำให้เราจะต้องทำงานนานขึ้น ไม่ใช่ทำงานน้อยลง ซึ่งสถิติต่าง ๆ ก็ชี้ไปทางนี้
ข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่าเมื่อปีที่แล้ว อายุเกษียณเฉลี่ยในสหราชอาณาจักรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 65.8 ปีสำหรับผู้ชาย และ 64.7 ปีสำหรับผู้หญิง
สถานการณ์ในสหรัฐฯ ก็คล้ายคลึงกัน โดยอายุเกษียณเฉลี่ยของทั้งชายและหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 จนแตะระดับ 64.8 และ 63.3 ปี ตามลำดับในปี 2025 จากผลการศึกษาระยะยาวชิ้นหนึ่ง
หนึ่งในคนที่ยึดแนวคิด FIRE อย่าง เอมีย์ มิงคลีย์ วัย 49 ปี ก็มุ่งมั่นกับเป้าหมายของตนเอง คุณครูโรงเรียนมัธยมต้นชาวอเมริกันรายนี้สามารถเกษียณอายุได้ตอนที่เธออายุเพียง 44 ปีเท่านั้น
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เธอได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศที่โรงเรียนเอกชนนานาชาติในญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย และไทย ซึ่งมิงคลีย์กล่าวว่าทำให้เธอสามารถหาเงินได้มากกว่าและมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่าตอนอยู่ที่บ้านเกิดในรัฐเท็กซัสมาก โดยเงินเดือนประจำปีของเธอสูงถึง 76,000 ดอลลาร์ (ราว 2.5 ล้านบาท)
เธอยังใช้จ่ายอย่างน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วย "ฉันไม่ได้สนใจที่จะใช้ชีวิตตามวิถีชาวต่างชาติแบบที่คนอื่นเขาทำกัน" มิงคลีย์กล่าว
"ฉันแทบไม่เคยซื้อเสื้อผ้าแพง ๆ ฉันใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจนกว่ามันจะพัง ทำอาหารกินเองเป็นส่วนใหญ่ และหยุดคิดทบทวนก่อนที่จะซื้อของชิ้นใหญ่ ๆ ทุกครั้ง"
"การมีเพื่อนร่วมห้องตอนที่อาศัยอยู่สิงคโปร์และอินเดียช่วยให้ฉันประหยัดเงินได้มากขึ้นไปอีก และในหลาย ๆ ประเทศฉันก็ไม่ต้องใช้รถยนต์ ซึ่งช่วยให้ค่าใช้จ่ายของฉันต่ำลงด้วย" เธอกล่าว
ปัจจุบันมิงคลีย์อาศัยอยู่ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เธอใช้รายได้หลังเกษียณได้คุ้มค่าและยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับการย้ายกลับไปสหรัฐฯ
แครอล ชไลฟ์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดของบีเอ็มโอ ไพรเวท เวลท์ (BMO Private Wealth) บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินในนครโทรอนโต แคนาดา กล่าวว่าแม้แนวคิด FIRE จะ "ยังคงทำได้จริง" สำหรับหลายคน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอกลับให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลในชีวิตการทำงานมากกว่า
ดังนั้น แทนที่จะรีบเกษียณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขากลับมุ่งเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างการมีหน้าที่การงานที่มีความหมายกับการใช้ชีวิตตามกำลังฐานะของตน
"ถ้าคุณเกษียณเร็วกว่ากำหนดแต่ไม่มีมิตรภาพ สุขภาพ หรือความรู้สึกว่าชีวิตมีเป้าหมาย ก็เท่ากับคุณบรรลุเป้าหมายหนึ่งแต่กลับต้องเสียสละสิ่งอื่น ๆ ไป... คุณคงต้องมานั่งคิดว่ามันคุ้มค่าจริง ๆ ใช่ไหม" ชไลฟ์กล่าว
"ผู้คนในปัจจุบัน [จึง]หันมาใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น พวกเขากำลังพยายามหาวิธีบรรลุเป้าหมายการเกษียณพร้อม ๆ กับการมีความสุขกับชีวิตด้วย"
ซาราห์ โคลส์ หัวหน้าฝ่ายการเงินส่วนบุคคลของเอเจ เบล (AJ Bell) แพลตฟอร์มการลงทุนในสหราชอาณาจักร เตือนว่า การทำให้ปรัชญา FIRE เป็นจริงได้นั้นมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายไหว
ถึงกระนั้น เธอก็กล่าวว่าหลักการหลายอย่างของ FIRE นั้นคุ้มค่าที่จะลอง และสามารถช่วยให้ผู้คนเกษียณได้เร็วขึ้นเล็กน้อย เช่น การเริ่มออมเงินตั้งแต่ตอนยังเป็นผู้ใหญ่ตอนต้น และการเพิ่มเงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญหลังจากการขึ้นเงินเดือนทุกครั้ง
"เส้นทางที่มีความสมดุลสามารถช่วยให้คุณได้เกษียณในแบบที่คุณต้องการ ในเวลาที่คุณต้องการ โดยที่ไม่ต้องทำลายจิตวิญญาณของตัวเอง เพียงแต่มันจะแตกต่างจากแนวทาง FIRE เล็กน้อยและอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้น" โคลส์กล่าว
ในกลุ่มคนที่ยึดหลัก FIRE เอง ตอนนี้บางคนก็กำลังเดินตามเส้นทางที่เข้มงวดน้อยลง จนนำไปสู่การสร้างสรรค์แนวทางย่อยได้ เช่น "บาริสตา ไฟร์" (Barista FIRE) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเก็บเงินให้มากพอจนรายได้จากการลงทุนสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในชีวิตได้ จากนั้นจึงแค่เพียงทำงานพาร์ทไทม์เสริม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เดินตามแนวทาง FIRE บางคน ความประหยัดสุดขีดก็ยังคงเป็นวิธีหลักในการบรรลุการเกษียณอายุก่อนกำหนด และเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าคุ้มค่ากับการเสียสละในระยะยาว
ดังที่มิงคลีย์กล่าวไว้ว่า "หลักการของ FIRE นั้นเรียบง่าย และมันไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือ ใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้ นำส่วนต่างไปลงทุน และให้เวลาเงินของคุณได้เติบโต"